Tsukino

หาเพลงที่เหมาะกับคู่นี้อยู่นานเหมือนกัน

แต่พอได้ฟังเพลงนี้หลังจากที่แปลจบ ก็มีสะดุดใจเล็กน้อย ...

บางประโยคก็สื่อถึงความรู้สึกที่ทั้งสองคนมีให้กันจริงๆ

:+: Hikaru Utada - Final Distance :+:



เรื่องของคนนี้ขอบอกว่ายาวมากกก เนื้อเรื่องยาวมาก ไม่ไหวแล้วว

(ก็พระเอกนี่)

ใช้เวลาแปลไปดองไป สองวัน

รวมเวลาเต็มๆที่พิมพ์+เรียบเรียงคำพูด 7 ชม. มายก้อดดดด

เพราะงั้นคราวนี้อาจจะเบลอๆ ถ้ามีอะไรผิดพลาดต้องขอโทษด้วยนะคะ

甲斐聡
ไค อากิระ

"มายืนเหม่ออะไรอยู่ตรงนี้! ฮะ ?"

"เฮะ ทำหน้าแบบนี้ ต้องคิดถึงเรื่องหมอนั่นแน่ๆ"

"เขียนอยู่ที่หน้าชัดเลย รุ่นพี่ไค เนี่ย"

โทโมยะพูดถึงรุ่นพี่ที่เป็นคู่หมั้นของเรา ตอนนี้ไปเรียนต่อที่อังกฤษ

"ว่าแต่ทำไมคนอย่างเธอถึงมีคู่หมั้นได้น้า"

"สัญญาของพ่อของพวกเราน่ะ"

"แต่ตอนแรกชั้นไม่รู้นะว่าเค้าเป็นคู่หมั้นชั้นน่ะ"

"เอ๊ะ ไม่ได้เจอกันที่ชมรมศิลปะเหรอ ?"

"ไม่ใช่ๆ ที่เจอกันครั้งแรกน่ะ ...."

-----------ปีที่แล้ว----------



"เธอ ... มีอะไรเหรอ ?"

"อ๊ะ ขอโทษค่ะ"

รุ่นพี่ทักเราที่กำลังมองซากุระอยู่ที่หน้าประตูโรงเรียน

อ๊ะ ...

คนนี้หน้าสวยจังเลย

"นี่ ... ดอกไม้นะ คุณน้องใหม่"

รุ่นพี่ล่ะมั้ง ... อยู่ปีไหนนะ ....

ดอกไม้ ... อ๊ะ

"หืม ? .... ทำไมเหรอ ? ติดไม่เป็นเหรอ ?"

"อ๊ะ ติด ... ติด ตรงไหนคะ"

"ติดที่อกนะ"

"ค่ะ ขอบคุณค่ะ"

ได้กลิ่นจากตัวรุ่นพี่ที่เข้ามาใกล้ขึ้นเล็กน้อย

หอมจังเลย ... เมื่อเช้าคงอาบน้ำมา ... อ๊ะ ชั้นคิดอะไรเนี่ย

พอติดเสร็จเงยหน้าขึ้นมา ... เค้าก็ยังมองหน้าเราแล้วยิ้มอยู่อย่างนั้น

สายตาที่มองมาทำให้ขยับไปไหนไม่ได้เลย

"นี่ .... "

"คะ ?"

"เรา ... เคยเจอกันที่ไหนมาก่อนรึเปล่า ?"

"คิดว่า ... ไม่นะคะ"

"เฮ้ยยย อากิระ จีบเด็กใหม่แต่เช้าเลยเหรอออ"

"ขะ ขอโทษค่ะ !!"

เราเขินมากพี่เค้าก็เขินตามไปด้วย

เราเลยจะชิ่งหนีออกไป

"อ๊ะ ... เดี๋ยวก่อน !"

"คะ ... ค่ะ"

"เอ่อ ... ชั้น ไค อากิระ อยู่ปีสองนะ"

เอ๊ะ เหมือนเคยได้ยินชื่อมาก่อนเลยแฮะ ...

"รองประธานชมรมศิลปะ ถ้าว่างก็แวะมาได้นะ"

"ค่ะ ... ไปค่ะ !!"

แต่ตอนนั้นก็ไม่คิดหรอกนะว่าเป็นคู่หมั้นตั้งแต่เด็ก

แต่พอลองคิดดูแล้ว เหมือนกับพรหมลิขิตเลย ที่ได้มาเจอกันแบบนี้

พอเรากลับเข้าโลกของความจริง เรียวโกะก็ทักเราว่า

"ทำไมดูหน้าหมองๆ มีอะไรรึเปล่า"

เฮ่อ .... คงเพราะตั้งแต่รุ่นพี่บอกเราเรื่องเรียนต่อล่ะมั้ง -------

"เอ๊ะ ... นร.แลกเปลี่ยน ... ปีนึง ...."

"อืม ... พอหยุดซัมเมอร์ ก็จะไปเลยน่ะ"

"นั่นมัน...อีกแค่อาทิตย์เดียวไม่ใช่เหรอคะ"

"ขอโทษ ... จริงๆ"

ไควางแผนจะไปตั้งแต่ตอนเข้ามาเรียนที่นี่ตอนปี 1 แล้ว

อาจจะตั้งแต่ตอนเด็กๆแล้วด้วยซ้ำ...

"ทำไมถึงไม่เคยบอกอะไรชั้นเลยล่ะคะ!!"

เราคบกันมาสามเดือนแล้ว แถมยังเป็นคู่หมั้นกัน

ถึงจะเวลาแค่นั้น แต่ชั้นก็ชอบเค้า.... ชอบ.... ชอบมาก

"ชั้น ... คงฝันไปคนเดียว ตั้งแต่แรกแล้วใช่มั้ยคะ"

"ไม่ใช่นะ ... เธอน่ะ ... !!"

"มันเชื่อไม่ได้!!"

"รุ่นพี่ อ่อนโยนกับชั้นเสมอ .... ดีกับชั้นมาตลอด"

"แต่คงเป็นแค่ชั้นคนเดียว ที่คิดว่ารุ่นพี่เป็น ... คนรัก .."

"อาจจะฟังดูไม่น่าเชื่อ..."

"แต่ชั้นเห็นเธอ ... พิเศษสำหรับชั้น .... ตั้งแต่แรกแล้ว"

"ตั้งแต่คิดว่าเคยเห็นเธอที่ไหน ชั้นก็ไปเจอรูปเก่าที่เราเคยถ่ายด้วยกันตอนเด็กๆ"

"แต่มันไม่ใช่แค่นั้นนะ จำได้มั้ยวันที่เธอไปห้องชมรมศิลปะ"

"เธอพูดว่ารูปของชั้น ดูเจ็บปวด ยังไงไม่รู้ ...."

"อ๊ะ นั่นรูปนั่นรุ่นพี่วาดเหรอคะ ? ชั้น ....."

".... ตั้งแต่นั้นมา ชั้นก็มองเธอมาตลอด"

"เอ๊ะ"

"เธอเป็นคนแรกที่พูดแบบนั้น ... มีเธอคนเดียวที่เข้าใจมัน ..."

พ่อแม่รุ่นพี่เป็นคนที่เก่งมากๆ

ทำให้รุ่นพี่มีชีวิตอยู่ท่ามกลางความกดดันมาตลอด

"ชั้นกลัว ที่จะบอกเธอเรื่องไปเรียนต่อ"

"รู้มั้ยชั้นกลัวมากแค่ไหน ... กลัวว่าจะโดนเธอเกลียด ถ้าพูดมันออกไป"

"เพราะงั้น ... ที่เธอพูดว่าเหมือนเธอรู้สึกอยู่คนเดียว"

"ชั้นก็รู้สึกแบบเดียวกัน ... ชั้นรู้สึกว่าชั้นรักเธออยู่ฝ่ายเดียว"

มือของเราสั่น ... รุ่นพี่ก็เหมือนกัน

ไม่อยากจะเห็นหน้ารุ่นพี่เศร้าแบบเมื่อกี๊อีกแล้ว

"เข้าใจแล้วค่ะ"

เรามองหน้ารุ่นพี่แล้วยิ้ม

"ต้องเมลมานะคะ ... โทรศัพท์ด้วย"

" ....แน่นอนอยู่แล้ว!!!"

"สัญญานะคะ ... ไม่งั้น"

"ชั้น .. จะไม่ยอมให้ไป ... อังกฤษ ... หรือที่ไหนก็ตาม"

"สัญญา...."

รู้สึกได้ว่าแขนของเราที่กอดกันไว้แน่นนั้น ... สั่นอยู่เล็กน้อย

---------------------------

"นี่ ... คุยกับชั้นก็ได้นะเรื่องรุ่นพี่น่ะ"

เรียวโกะเป็นห่วงเรา เพราะเห็นท่าทีไม่สบายใจ เอาแต่ถอนหายใจทั้งวัน

"เอ๊ะ ... ไม่ติดต่อมาเกือบ 3 เดือนแล้วเหรอ !?"

เราเองก็ได้ยินข่าวของรุ่นพี่ผ่านจากทางพ่อเท่านั้น ไม่ได้รู้ด้วยตัวเองเลย

"ทำไมอย่างนั้นล่ะ"

"ชั้นก็อยากรู้เหมือนกัน...."

"แล้วเธอ ได้ติดต่อไปบ้างรึเปล่า"

"... เปล่า"

"ทำไมล่ะ !!!"

"ชั้นกลัว...ถ้าชั้นส่งไปแล้วเค้าไม่ตอบกลับ ... ชั้นไม่รู้จะทำยังไง"

นี่เรารู้เรื่องของรุ่นพี่มากขนาดไหนนะ

คำสัญญาที่เคยให้ไว้ ... มันเชื่อได้ซักแค่ไหนนะ

รุ่นพี่อาจจะเจอคนที่ดีกว่าที่นั่นก็ได้ ... อาจจะโกหกเรื่องที่เราพิเศษกว่าคนอื่นก็ได้

ทั้งๆที่รุ่นพี่จะกลับมาช่วงหน้าร้อนนี้อยู่แล้วแท้ๆ

"อาจจะไม่กลับมาก็ได้"

"เธอ ... คิดในทางไม่ดีมากไปแล้วนะ"

"นี่ ชั้นว่ายังไงก็ลองติดต่อไปก่อนเถอะ...นะ"

"เอาแต่หนีอยู่แบบนี้ ก็เท่ากับไม่ได้เริ่มอะไรซักทีน่ะสิ ... ปะ เข้าห้องเรียนกันเถอะ !"

แม้แต่อาจารย์ประจำชั้น

ก็ยังสังเกตเห็นท่าที่ของเราที่เอาแต่เหม่อลอยตลอดโฮมรูม

อาจารย์ก็ถาม เราก็เลยบอกไปเรื่องรุ่นพี่ไม่ติดต่อมา

อาจารย์ก็พูดเหมือนเรียวโกะว่าถ้าเราไม่ติดต่อไปก็ไม่ได้เริ่มอะไรซักที

ตอนเย็นโทโมยะก็ชวนเรากลับบ้านด้วยกัน

"เรื่องคู่หมั้นน่ะไม่ลำบากใจเหรอ เรื่องที่พ่อเค้าตัดสินกันเองไม่ใช่เหรอ"

แต่ไม่ว่ายังไงความรู้สึกของเราก็ชัดเจน

"ชั้น... ชอบรุ่นพี่"

"ถึงจะไม่ติดต่อมาเลยน่ะนะ"

"....."

"อยู่ห่างกัน แถมปล่อยเธอไว้แบบนี้ มันมีเหตุผลอะไร เป็นคู่หมั้นแท้ๆ"

พอเรากลับมาบ้านก็ลองเปิดคอม จะส่งเมลหารุ่นพี่

แต่นิ้วมือที่วางอยู่บนคีย์บอร์ด ไม่ขยับแม้แต่นิด...

พอหลังจากข้าวเย็น เราก็กลับขึ้นไปบนห้อง

คาสึกิน้องชาย ก็มาเคาะประตู

คาสึกิที่ได้ยินเสียงเราร้องไห้ทุกวันจากข้างๆห้อง ก็เป็นห่วงเราเหมือนกัน

"มันไม่ไหวแล้วไม่ใช่เหรอ แบบนี้"

คำพูดของคาสึกิบ่งบอกเหมือนกับว่าเรื่องเรากับรุ่นพี่มันเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว

ถึงจะพูดจาไม่ดี แต่คาสึกิก็เป็นห่วงเราจริงๆ

เราตัดสินใจที่จะส่งเมลไปหารุ่นพี่อีกครั้ง

ไม่ได้ติดต่อมาตั้งนาน นึกอะไรไม่ออกจริงๆ

แต่ถ้าไม่เขียนตอนนี้ ก็คงไม่ได้เขียนตลอดไปแน่ๆ

.....

'รุ่นพี่ไค ชั้นเองนะคะ'

......

'คิดถึงค่ะ ....'

แล้วภาพของเรากับรุ่นพี่เมื่อก่อนก็วิ่งเข้ามาในหัว

ตอนที่อยู่ในห้องชมรมกันสองคน

"ขยันจัง ทุกคนกลับกันหมดแล้ว อาจารย์ก็มาฝากกุญแจให้ปิดห้องให้ด้วย"

"ขอโทษนะคะรุ่นพี่ ต้องมาอยู่จนเย็นแบบนี้เพราะชั้น"

"ไม่หรอก ดีออก ... เพราะชั้นเองก็อยากอยู่กับเธอนานๆ"

ทำไมรุ่นพี่ถึงดีแบบนี้นะ... วินาทีนั้น เราก็คิด

ว่าอยากให้รุ่นพี่เป็นของเราคนเดียว

แต่ถ้าพูดแบบนั้น ... ไม่ได้หรอก เราไม่อยากให้รุ่นพี่เกลียด

รุ่นพี่คุยเรื่องสีน้ำมัน ว่าเป็นสีที่เค้าตัดสินใจเลือกวาดมาตลอดเพราะออกมาดีที่สุด

เค้าเคยลองวาดหลายๆแบบ เพื่อหาสิ่งที่ดีที่สุด แต่เราไม่เหมือนกัน

เราวาดด้วยความสนุกมากกว่า...

"เธอพึ่งเคยคบใครเป็นครั้งแรกใช่มั้ย"

"ชั้นรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเลย"

"ชั้นเคยคิดว่า เวลาเธอไม่มีคนรักอยู่ข้างๆแล้วเธอจะเป็นยังไง"

"รุ่นพี่ มีเสน่ห์มากแค่ไหนไม่รู้เหรอคะ ... อย่างน้อยก็ชั้นคนนึง"

"ชั้นเจ้าเล่ห์นะ ... ตอนชั้นอยู่ไกลๆ ชั้นอาจจะทดสอบเธอก็ได้"

"คนอย่างรุ่นพี่นะเหรอคะ ? ... ไม่น่า"

"ฮึๆ จริงๆนะ เพียงแต่เธอยังไม่เคยเห็นเท่านั้นเอง"

หรือว่า ... ที่ไม่ติดต่อมา นี่คือการทดสอบของรุ่นพี่นะ ?

พอเราหลุดจากภวังค์ก็เห็นว่าตัวเองส่งเมลไปแล้ว...

เราเองก็ไม่มีความมั่นใจเลย

รุ่นพี่ .... ชั้นกลัวนะคะ ... รุ่นพี่คิดอะไรอยู่....

เมื่อคืนเรานอนไม่หลับเลยตื่นสาย

แถมตอนเช้าก็เจอโรคจิตเข้าให้ แต่ยังดีที่เจอเจ้าชายในฝัน

เลยลืมคิดถึงรุ่นพี่ไปได้เล็กน้อย

(เฮ้ยๆ เอ็งเขียนเรื่องรุ่นพี่อยู่ กลับมาๆ)

แล้วตอนเย็นโทโมยะก็พาเราไปหาเจ้าชายอีกครั้งนึง แหม่พรหมลิขิตจริงๆเลย

(เฮ้ยยยยย บอกว่ากลับมา!!!)

ยูสะซังงงง

(ขออภัยทุกท่าน ขอเพ้อแป๊บนึง)

ยูสะก็พาเราดูงานต่างๆในร้านแล้วพอตอนเลิกก็ชวนเราไปนั่งคุยกันนิดหน่อย

พอเราบอกว่า ถ้าแป๊บๆก็ไม่เป็นไรค่ะ

ยูสะก็เดินโอบไหล่เราไป

พอถึงตรงนี้เราก็เล่าเรื่องของรุ่นพี่ให้ยูสะได้รู้อีกคนนึง...

ในหัวเรามีแต่รุ่นพี่ รุ่นพี่ .....รุ่นพี่

พอกลับบ้านมาก็อาบน้ำ ... ใส่ชุดนอน ... เหมือนทุกวัน

นั่งมองรูปรุ่นพี่บนโต๊ะ ... เหมือนทุกวัน

นี่เราคงจะคิดอะไรมากเกินไปมั้ง .... ทำไมถึงเหนื่อยแบบนี้นะ

------------------------------

วันหยุดทั้งทีก็ไม่ได้นอนตื่นสายๆ แม่ก็ยังมาเรียกแต่เช้า

วันนั้นเราใช้เวลากับการนอนเล่นอยู่บ้าน คิดถึงครั้งที่รุ่นพี่มาหาที่บ้าน...

"แปลกดีนะ ... เพราะรูปตอนเด็กๆนั้น ทำให้ชั้นรู้สึกตลอดเวลา"

"ว่าเหมือนกับเคยเจอเธอที่ไหนมาก่อน"

"ยิ่งวันนี้ ได้นั่งอยู่ใกล้ๆเธอแบบนี้"

รุ่นพี่โอบไหล่เราเข้ามาให้ใกล้ขึ้น

"รู้สึก สบายใจยังไงไม่รู้"

เราไม่รู้สึกสบายตามรุ่นพี่ไปด้วยเลย

รุ่นพี่อยู่ใกล้ ขนาดนี้ ....

"อ๊ะ ... "

"มีคนในรูปวาดที่บ้านชั้นคนนึง ... คล้ายเธอมากเลย"

"พ่อชั้นวาดไว้ แขวนไว้ที่กำแพงตั้งแต่ชั้นเด็กๆแล้ว มาคิดแล้ว คล้ายเธอมากเลย"

"วาดไว้ตั้งแต่สมัยเรียน ... เป็นเพื่อนร่วมชั้นคนนึง แต่ไม่ได้ถามว่าเค้าเป็นใครนะ"

"แขวนไว้ตลอดแบบนี้ ... หรือว่าเป็นรักแรกของคุณลุงรึเปล่า?"

"หา~~ ไม่หรอก นั่นรูปผู้ชายนะ"

"ทำไมพึ่งมารู้สึกว่าคล้ายเธอมากๆตอนนี้นะ ..."

"คราวหน้าถ้าไปที่บ้านจะให้ดู เผื่อเธอจะนึกอะไรออก ... ตาแบบนี้ล่ะ เหมือนกันเลย"

"...รุ่นพี่..."

"แปลกจังเลยนะ ... อ๊ะ ... ปาก ก็เหมือน ... มากๆเลย"

"ร รุ่นพี่ ..."

คงเพราะ อยู่ใกล้มากเกินไป .... เสียงก็เลยสั่น

"อ๊ะ"

ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ

"นี่ ... ............... "

"จูบ ... ได้มั้ย ?"

ตอนนี้ ... เสียงที่ได้ยิน มีแต่เสียงหัวใจของเราเท่านั้น

เราพยักหน้าอย่างเขินๆ พอเงยหน้าขึ้นมา ก็เห็นรอยยิ้มอ่อนโยนของรุ่นพี่

"ชั้นชอบเธอนะ ..."

หน้าของรุ่นพี่ค่อยๆเลื่อนเข้ามาใกล้ เรารู้สึกถึงความอ่อนนุ่มบนริมฝีปาก

... ความรู้สึกเหมือนมาชเมลโล่เลย ... ทำไมนุ่มอย่างนี้นะ

ตาของเรายังคงหลับแน่น

พอรู้สึกว่ารุ่นพี่เริ่มถอยออกไป ลืมตาขึ้นมาก็เห็นรอยยิ้มของรุ่นพี่ สายตาของรุ่นพี่

เสียงหัวใจ ก็ยังดังไม่หาย

จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ลืมความสุขในวันนั้นเลย

ผ่านไปวันนึง

เย็นมาก็กินข้าวที่บ้านเหมือนทุกที

กลับขึ้นห้องไปนั่งมองกองหนังสือภาษาอังกฤษ

เฮ่อ .... เอาไว้พรุ่งนี้แล้วกัน

มองไปที่คอมพิวเตอร์ คิดลังเลใจอยู่นานแต่ก็ตัดสินใจเช็คเมลด้วยใจที่สั่นๆ

ไม่รู้ว่า จะมีความหวังบ้างมั้ย

แล้วเราก็พบกับเมล 1 ฉบับ ... ที่ส่งมาจากรุ่นพี่!!

หัวข้อ [ขอบคุณ]

'ขอบคุณที่เมลมานะ ชั้นก็คิดถึงเธอเหมือนกัน'

'ช่วงนี้ชั้นไปกินอาหารญี่ปุ่นบ่อยมากเลย แต่รสชาติยังไงก็สู้ที่ญี่ปุ่นไม่ได้จริงๆนะ'

'ดีใจมากเลยที่เธอบอกว่าคิดถึง เมลที่ส่งมา ชั้นเข้าไปเปิดดูวันนึงไม่รู้ตั้งกี่รอบ'

'จนเพื่อนพูดว่าอยากจะเห็นหน้าเธอเลยนะ (ฮา)'

'ตอนนี้ที่ลอนดอนมีดอกไม้สวยๆเต็มไปหมดเลย อยากให้เธอเห็นจัง'

'แต่ชั้นก็คนญี่ปุ่นไม่ว่ายังไงก็ชอบฤดูใบไม้ผลิที่นั่นที่สุด'

'ปีนี้ ซากุระที่โรงเรียนเรา ก็สวยเหมือนเดิมรึเปล่า....'

รุ่นพี่ยังเหมือนเดิม....

ดีใจจัง

'พอชั้นได้รับเมลจากรุ่นพี่ ชั้นยิ่งคิดถึงรุ่นพี่เข้าไปใหญ่เลย'

'อย่างน้อยชั้นก็อยากจะไปอังกฤษซะตอนนี้เลยล่ะค่ะ'

'ซากุระปีนี้บานเร็วกว่าปีที่แล้วนะคะ'

'แต่ไม่ว่ายังไง ซากุระปีที่แล้วก็สวยที่สุดจริงๆ'

'ไม่ใช่แค่ซากุระหรอกค่ะ ฤดูใบไม้ผลิปีนี้ไม่สวยเอาซะเลย'

'เพราะไม่มีรุ่นพี่'

'ชั้นคิดเรื่องรุ่นพี่ตลอดเวลาจนเหม่อ โดนอาจารย์ว่าตลอดเลยล่ะค่ะ'

'แต่รุ่นพี่ก็พยายามอยู่ที่นั่น ชั้นเองก็ต้องพยายามเหมือนกัน'

'รอกลับมานะคะ'

เราพิมพ์ไปน้ำตาคลอ

....คิดถึงรุ่นพี่เหลือเกิน...

อีกวันพ่อเราก็บอกข่าวดีว่ารุ่นพี่จะกลับมาเร็วขึ้น !

แล้วเราก็ตัดสินใจลองโทรไปหารุ่นพี่ดู

แต่อ๊า ... ภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่องเลย จะบ้าตาย

"คุณพ่อ ... พาส !"

แต่ดูเหมือนรุ่นพี่จะไม่อยู่ แต่ไม่เป็นไร

อีกแป๊บเดียวก็กลับมาอยู่แล้ว รอถึงตอนนั้นก็ได้

พออีกวันเราไปเรียนคราวนี้เลยเพ้อเข้าไปใหญ่ ไม่เป็นอันเรียน

ดีใจ คิดแต่เรื่องรุ่นพี่เข้าไปมากกว่าเก่า

จนหมดไปอีกวันนึง

ระหว่างทางเดินกลับบ้าน ก็คิดถึงแต่รุ่นพี่ รุ่นพี่ รุ่นพี่

ถ้าอยู่ด้วยกันตอนนี้ คงจะได้เดินกลับบ้านด้วยกัน ... มีความสุขด้วยกัน

คิดถึงจังเลย รุ่นพี่ --------------------.

"มาแล้ว"

ความทรงจำตอนที่เราไปบ้านรุ่นพี่ครั้งแรกแวบเข้ามา

รุ่นพี่ยกชาเข้ามาสองถ้วย

เราไม่กล้าแม้แต่จะนั่งบนเบาะที่รุ่นพี่เอามาให้

รุ่นพี่เองก็นั่งลงบนเตียง วางถ้วยของตัวเองบนโต๊ะ

"นี่ ...."

"คะ ..."

"อย่าฝืนเลย"

เรารู้ทันทีว่ารุ่นพี่พูดถึงอะไร

"ชั้นไม่อยากทำถ้าเธอไม่พร้อม"

"มะ ไม่ใช่นะคะ !!"

อ๊ะ ... เราเผลอเสียงดังมากไปรึเปล่า

รุ่นพี่ก็ยิ้มให้

"ก็ดูสิ ... เธอตื่นเต้นมากเลย"

"ไม่เป็นไรหรอก เรายังมีเวลาอยู่ด้วยกันอีกไม่ใช่เหรอ"

"ไม่เห็นต้องรีบร้อนเลย ชั้นรอได้"

แต่เราตัดสินใจแล้ว เรารักคนๆนี้

"....จะดีเหรอ ?"

"ชั้น ชอบพี่ ... นี่คะ"

เราโอบคอรุ่นพี่ไว้

รู้สึกถึงลมหายใจ กับแขนอุ่นๆของรุ่นพี่ที่กำลังโอบล้อมเราช้าๆ

"ชั้นชอบเธอ ..."

"ไม่ต้องกลัว....ไม่เป็นไรนะ .."

รุ่นพี่จูบเราเบาๆ ซ้ำๆอยู่อย่างนั้น

ถึงรุ่นพี่จะดูหุ่นเพรียวเหมือนผู้หญิงอย่างนั้น แต่ก็เป็นผู้ชาย

ครั้งแรกที่เห็นร่างกายของผู้ชาย

ครั้งแรกที่ถูกสัมผัสด้วยความรักแบบนี้

"... ขอโทษนะ"

"ชั้นอยากอ่อนโยนกว่านี้ แต่พอเธออยู่ตรงหน้าแล้ว ในหัวก็คิดอะไรไม่ออกเลย"

มีความสุขที่สุด

ดีใจ

ที่ได้อยู่ด้วยกัน จับมือกัน จูบกัน...

ได้กอดไว้แบบนี้ .... รักรุ่นพี่จริงๆ....

--------------------------------------

แล้วเช้าวันนี้ รุ่นพี่ก็โทรมา

"ฮัลโหล"

แค่ได้ยินเสียง ก็ดีใจจนเกือบห้ามน้ำตาไม่อยู่

"รุ่นพี่ ... สบายดีนะคะ"

"เธอก็เหมือนกัน ... ชั้นน่ะ ... พอเห็นเมลแล้วทนไม่ไหวเลยโทรมา"

"รุ่นพี่"

เราหลับตาลงฟังเสียงของรุ่นพี่

"อยากเจอเร็วๆนะ"

"ซากุระปีนี้เร็วกว่าปีที่แล้วเหรอ"

"ใช่ค่ะ ตอนนี้ก็ร่วงหมดแล้ว"

"เหรอ แต่ถึงอย่างนั้นก็อยากดูนะ ... ถ้าได้ดูกับเธอน่ะ"

คิดถึง คิดถึง... คิดถึงจะแย่อยู่แล้ว

"รุ่นพี่คะ .... ชั้นเหงา ... รุ่นพี่ไม่อยู่แล้วชั้นไม่รู้จะทำยังไงเลย"

"อีกนิดเดียวนะ อีกแค่นิดเดียวก็จะได้เจอกันแล้ว"

"ชั้นจะรอค่ะ"

"อื้ม"

หลังจากนั้นก็จำไม่ได้ว่าพูดอะไรไปมั่ง

แต่ก็คงจะพูดแต่คำพูดเดิมๆวนเวียนซ้ำๆ

พูดคำพูดที่มีอยู่ในความคิดตลอดเวลา

พอวางโทรศัพท์ก็ลงมาเจอกับพ่อของรุ่นพี่ที่แวะมาเยี่ยมที่บ้าน

"ทำไมอากิระคุงรีบกลับล่ะคะ ทางนู้นกว่าจะพิธีจบก็เดือน 6 ไม่ใช่เหรอคะ"

คุณแม่ของเราถาม

รุ่นพี่เหมือนกับจะจบหลักสูตรได้หมดแล้วในเวลาไม่ถึงปี

ประสบความสำเร็จเป็นพิเศษแม้แต่อยู่เมืองนอกเลย

"แต่จริงๆ เหตุผลที่อยากกลับเร็ว อาจจะมีอะไรเป็นพิเศษอีกก็ได้นะ"

คุณพ่อของรุ่นพี่ยิ้มแล้วมองมาทางเรา

"ตอนที่รู้ว่าเธอจะเข้าโรงเรียนเดียวกัน ชั้นก็คิดว่าอยากให้เจอกันเอง แล้วก็ปิดเงียบ"

"ใช่ๆ อากิระคุงเองก็ไม่รู้"

"แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้เจอกันตั้งแต่วันแรกเลยนะ ..."

เหมือนเป็นพรหมลิขิตจริงๆ

"พ่อจริงๆของเธอเป็นเพื่อนสนิทชั้น"

"คบกันมานานมาก ตั้งแต่ม.ปลายเลยล่ะ อยู่ด้วยกันจนถึงวันที่เค้าจะแต่งงานนั่นแหละ"

"เพื่อนรักที่หาจากไหนไม่ได้อีกแล้ว เหมือนเป็นพี่น้องกันแท้ๆเลย"

"เราสัญญากันว่าถ้ามีลูกจะให้แต่งงานกัน"

แต่หลังจากพ่อแม่เราประสบอุบัติเหตุตอนที่เราอายุยังไม่ถึง 1 ขวบ

พ่อปัจจุบันซึ่งเป็นอาของเราก็รับเรามาเลี้ยง

โดยเลี้ยงเราเหมือนเป็นพ่อแท้ๆ รวมทั้งรักษาสัญญาที่พ่อเรากับคุณลุงมีด้วย

"แต่ว่า...."

"พวกเธอไม่ต้องคิดว่าเป็นเรื่องที่แน่นอนหรอกนะ ถ้ามีคนที่ชอบจริงๆล่ะก็ .."

คำพูดของคุณลุง ทำเราสะอึกนิดหน่อย

"ไม่ต้องห่วงหรอกน่า เด็กคนนี้หลงอากิระคุงจะตาย .. ใช่มั้ย"

"คุ คุณพ่อ !!"

หลังจากคุณลุงกลับไป เราก็กลับขึ้นห้องไปมองรูปของรุ่นพี่

รอยยิ้มของรุ่นพี่

ยังจดจำเสียงของรุ่นพี่ที่ได้ยินเมื่อเช้า

คิดถึงรุ่นพี่

คิดถึงวันสุดท้ายก่อนที่รุ่นพี่จะไป

"เดี๋ยวจะเอาอะไรมาให้ดื่มนะคะ"

วันที่เราพารุ่นพี่มาเที่ยวที่บ้าน

นั่งมองรุ่นพี่

ใช่ ... รุ่นพี่ก็จะไปอังกฤษแล้ว

จะได้อยู่ด้วยกันอีกแค่แป๊บเดียว จะไม่ได้เจอกันอีกเป็นปี

เราจะอยู่ได้ยังไง ... ต้องทนไม่ไหวแน่ๆ

พอคิดได้อย่างงั้นเราก็เริ่ม...

"อ๊ะ ... เดี๋ยว !..."

"... ไม่ได้เหรอ ...."

"... ไม่ใช่ .. ไม่ได้ ... หรอก"

วันนี้เราขอทำให้รุ่นพี่... มีความสุขเถอะ

"ชอบรุ่นพี่นะ ..."

ก่อนหน้านี้ที่เคยวาดความรักไว้

จะต้องอ่อนโยนกว่านี้ จะต้องถูกปกป้อง ถูกกอดอยู่ในอ้อมแขนของคนรัก

แต่กับรุ่นพี่ ... เราไม่เป็นอย่างนั้น

รุ่นพี่ดูอ่อนหวานกว่าเรา จนเรารู้สึก...อยากเป้นฝ่ายเข้าไปปกป้อง

พอรู้สึกตัวอีกทีก็กลายเป็นรักรุ่นพี่มากเกินไปแล้ว

อยากจะอ่อนโยนกับรุ่นพี่มากกว่านี้ แต่ยิ่งเห็นก็กลับห้ามใจตัวเองไว้ไม่ได้

ผิวขาวของรุ่นพี่ ... ใบหน้าของรุ่นพี่ ...

กลิ่นของรุ่นพี่

... ห้ามอะไรไม่ได้อีกต่อไปแล้ว...

คิดถึงรุ่นพี่....

-----------------------------------------------

และแล้ว

วันนี้ก็เป็นวันที่รุ่นพี่กลับมา

เรียวโกะวิ่งเข้ามาหาเราเพราะเห็นรุ่นพี่มาโรงเรียน

ทันทีที่ได้ยินเราก็รีบวิ่งออกไปไม่สนใจอะไรอีกแล้ว

"รุ่นพี่ .... รุ่นพี่ !!"

รุ่นพี่อาจจะกลับไปแล้วก็ได้

"รุ่นพี่!.... รุ่นพี่ไค!!"

เราวิ่งไปตะโกนไปอยู่อย่างนั้น

พอเราเห็นรุ่นพี่จากด้านหลังก็กัดริมฝีปากวิ่งให้เร็วขึ้น

มาก เท่าที่จะทำได้

"... รุ่นพี่!!! ... "

อีกนิดเดียว

รุ่นพี่ได้ยินเสียงเรียก กับเสียงวิ่ง ก็หยุดก้าวเดินแล้วหันมามอง

เรากระโดดเข้ากอดทันที

"กลับมาแล้วเหรอคะ ..."

"...อื้ม ... กลับมาแล้ว"

ทางเดินกลับบ้าน วันนี้ไม่ได้เดินกลับคนเดียวเหมือนทุกที

ความสุขที่เคยหายไป กลับมาอยู่ตรงหน้าเราอีกครั้ง

"เหมือนฝันเลย..."

"... หมายถึงชั้นเหรอ?"

"ทั้งๆที่อยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่กลับเหมือนจะหายไปได้ .."

"นั่นน่ะชั้นควรจะพูดต่างหาก"

อา ... รอยยิ้มของรุ่นพี่

"ชั้นไม่หายไปหรอกค่ะ"

"นี่ มีอะไรเปลี่ยนไปบ้างมั้ยช่วงที่ชั้นไม่อยู่"

พอรุ่นพี่ไม่อยู่ก็เหมือนโลกเปลี่ยนไปทุกอย่าง

แต่ก็พูดเป็นคำพูดไม่ได้ ส่วนทางรุ่นพี่ ก็บอกว่าคิดอะไรหลายๆอย่างเหมือนกัน

"ชั้นมีเรื่องที่คิดว่าจะบอก ... ถ้ากลับมา"

"ไม่อยากให้เธอเข้าใจผิดนะ ความรู้สึกที่ชั้นมีให้เธอไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ"

"แต่ที่พูดอาจจะฟังดูเห็นแก่ตัว"

"ยกเลิก ... การหมั้นมั้ย.."

"... ทำไม ... ล่ะคะ"

"เพราะว่าเป็นคู่หมั้นแล้ว.... ไม่รู้สึกไม่สบายใจบ้างเหรอ"

"ชั้นลองคิดถึงเหตุผลดูแล้ว... ถ้าเราไม่ได้เป็นคู่หมั้นกัน..."

"รุ่นพี่...เกลียดชั้น ... ?"

สิ่งที่ได้ยินทั้งหมดเรารับมันไม่ไหว ... ที่ทำได้ตอนนั้นคือวิ่งหนี

ตัวเราเองวิ่งเข้าบ้านกลับขึ้นไปบนห้องแล้วล้มตัวลงบนเตียง

ไม่เข้าใจ ... ไม่เข้าใจรุ่นพี่เลย

บอกว่าอยากจะค้นหาความรู้สึกตัวเองใหม่อะไรกัน .. ไม่เข้าใจ

ทุกอย่างมันขาวโพลนไปหมด ... ทำไมว่างเปล่าแบบนี้นะ

ทำไม เหตุผลที่รุ่นพี่บอกเลิก ... ทำไม

แล้วทำไมยังพูดว่าไม่ได้เกลียดชั้น ...

เพราะอยู่ห่างกันก็เลยทำให้ได้คิดหลายๆอย่าง

... รุ่นพี่ ... ชั้นเองก็มีเรื่องที่คิดเหมือนกัน

ทำไมทั้งๆที่คิดถึงขนาดนี้ ความรู้สึกที่มีให้รุ่นพี่มันมากมายขนาดนี้

แต่รุ่นพี่ก็ยังเหมือนเดิม ยิ้มแบบเดิม ... มองชั้นด้วยสีหน้าแบบเดิม ...

... เอ๊ะ....

ตอนนั้นเองเราก็รู้สึก ...

... น้ำตา ... นี่ชั้น .... ร้องไห้ ...เหรอ

นี่เหรอ ... นี่ใช่มั้ยที่เรียกว่าอกหัก

... พึ่งรู้กับตัวเอง ... ว่ามันเจ็บขนาดนี้ ..

มีเริ่มต้นก็ต้องมีวันจบ....ใช่มั้ย

"ถูกทิ้งแล้ว ... เรา"

ไม่มีเรี่ยวแรงจะขยับแม้แต่นิดเลย....

พอพ้นคืนนั้น ก็ยังคงต้องไปโรงเรียนเหมือนปกติ

ต่อจากนี้ไปชั้นควรทำยังไงดี...

ในใจคิดแต่ว่าจบแบบนี้ไม่ได้ ไม่อยากให้จบแบบนี้เลย

รอแต่รุ่นพี่มาตลอด คิดแต่เรื่องรุ่นพี่มาตลอด...

ถ้าไม่รู้เหตุผลต้องทำใจไม่ได้แน่ๆ ... แล้วเราก็ตัดสินใจลุกขึ้นก้าวเดินต่อ

อย่างน้อย ก็ต้องพูดกับรุ่นพี่อีกครั้ง

พอเปิดประตูห้องชมรมเข้าไป ก็เห็นภาพที่ไม่ได้เห็นมาเป็นปี

รุ่นพี่อยู่ตรงนั้น เราทำใจกล้าเดินยิ้มเข้าไปหาเหมือนปกติ

"รุ่นพี่ วันนี้กลับด้วยกันนะคะ"

รุ่นพี่ตกใจในคำพูดเราแต่ก็ยิ้มตอบ

"อืม"

เรานั่งลงข้างๆรุ่นพี่

นั่งมองภาพที่ไม่ได้เห็นมาเป็นปี



เวลารุ่นพี่วาดภาพจะเป็นแบบนี้เสมอ

รุ่นพี่จะดูจริงจัง ... รอยยิ้มที่เคยเห็นก็จะหายไป

เป็นภาพที่สวยงามสำหรับเราจริงๆ

"รุ่นพี่คะ ... ชั้น ทำไม่ได้จริงๆ"

"เมื่อวานชั้นหนีไปก็จริงแต่พอได้คิดแล้ว ไม่ว่ายังไง..."

รุ่นพี่ทำหน้าลำบากใจแล้วตอบเรากลับมา

"ชั้น ... ไม่เข้าใจตัวเอง กับความสัมพันธ์แบบนี้ พอคิดแล้วมันก็รู้สึกเจ็บ"

"ชั้นบอกแล้วเมื่อวาน ไม่ใช่ชั้นเกลียดเธอนะ"

ทำไมยังพูดแบบนี้ ....

"ถ้าพูดว่าใจมันเปลี่ยนไปแล้ว หรือพูดว่าเกลียดชั้นแล้ว ยังจะดีกว่าอีก"

"บอกว่าไม่ได้เกลียดชั้น แต่กลับบอกว่ารู้สึกเจ็บ ... ชั้นไม่เข้าใจเลย"

"นั่นสินะ ... ควรจะพูดกับเธอ ... ว่าชั้น ..."

แต่ก่อนที่จะพูดอะไร โทโมยะก็บังเอิญเจอแล้วตะโกนเรียกเราพอดี

"รุ่นพี่รู้มั้ย ยัยนี่นะ เหม่อคิดแต่เรื่องรุ่นพี่ตั้งแต่วันเปิดเรียนเลย"

รุ่นพี่ก็แค่ยิ้มมองโทโมยะที่พูดแหย่แล้วแล้วหัวเราะ

"โทโมยะ อย่าพูดอะไรแปลกๆนะ!!"

"สนิทกันจังนะ"

มือของรุ่นพี่บีบแรงขึ้น ...

พูดคุยกับโทโมยะไปด้วยสีหน้านิ่งๆ แต่บีบมือเราแน่นขึ้น ... แน่นขึ้น

"อ๊ะ ซวยล่ะ ชั้นลืมของไว้ที่ห้อง ... แล้วเจอกันนะ"

พอโทโมยะวิ่งหายไป ... รุ่นพี่ก็เรียกเรา

"นี่"

เสียงรุ่นพี่ฟังดูหนักกว่าที่เคยเป็น

"เมื่อวานเธอช็อคกับคำพูดชั้นมั้ย"

"แน่อยู่แล้วสิคะ"

"งั้น ... เธอชอบชั้นมั้ย"

เอ๊ะ ... อะไรกันอยู่ๆก็...

"ชอบค่ะ"

"จริงเหรอ ?"

รุ่นพี่หยุดนิ่งอยู่ที่เดิม มองหน้าเราด้วยสายตาที่เหมือนจะทะลุหัวใจ

"ชั้น ... ไม่สบายใจมาตลอดเลย"

"จริงๆก่อนที่จะเจอเธอที่หน้าประตู ชั้นไปหาเธอที่ห้องเรียนก่อนแล้ว"

"เอ๊ะ "

"1 ชม.ก่อนที่จะเจอกันที่หน้าประตูได้ล่ะมั้ง"

"ทำไมไม่เรียกชั้นล่ะคะ"

"ชั้น ... รู้สึกถึงความห่าง"

"ชั้นรู้สึกว่าเข้าไปแทรกไม่ได้ ... เห็นเธอกับเพื่อนๆสนุกสนานด้วยกัน"

"... ทาคามิคุงด้วย"

"ไม่ได้หมายความว่าอยากเห็นเธออยู่เหงาๆหรอกนะ ..."

รุ่นพี่บ้าที่สุด ...

หลังรุ่นพี่พูดจบ

เราก็รู้สึกว่าตอนนี้เราเป็นฝ่ายจับมือรุ่นพี่ไว้

มือขาวๆที่เรียวเหมือนผู้หญิงของรุ่นพี่...

เราเดินจูงมือกันกลับถึงบ้านโดนที่ไม่พูดอะไรกันซักคำ

ไม่ต้องพูดก็รับรู้ถึงความรู้สึกมากมายที่มีตอนนี้

พอถึงหน้าบ้าน ก็เลยต้องปล่อยมือ

"รุ่นพี่ .. งั้น"

"..(ชื่อเรา)."

"เอ๊ะ"



.... รุ่นพี่ดึงตัวเราเข้ามาแล้วจูบที่หน้าผากเบาๆ

"ขอโทษนะ.."

"ร รุ่นพี่"

แค่นี้ก็ทำเราหน้าแดงจะแย่แล้ว

"ฮะๆๆๆ เจอกันพรุ่งนี้นะ"

เรามองรุ่นพี่หัวเราะแล้ววิ่งออกไป จนสุดสายตา...

เหตุผลที่ขอเลิกตอนแรกมีแค่นั้นจริงๆเหรอ ...

แต่ถึงถามไปตอนนี้รุ่นพี่ก็คงไม่ตอบอยู่ดี

ไม่ว่ายังไงก็ตามตอนนี้อะไรที่เคยหนักอึ้งในใจก็หายไปมากแล้วล่ะ

เดทหลังเลิกเรียนที่หน้าสถานี

"ครั้งแรกเราก็มาเดทกันที่นี่ ... จำได้มั้ย"

"ชั้นรู้สึกเป็นครั้งแรกเลยว่า พอมีความรักแล้ว ทำให้มองโลกเปลี่ยนไปจริงๆ"

"เหรอคะ แต่ชั้น พอมีความรักแล้ว รู้สึกเหมือนโลกมันหายไป"

"เพราะชั้นมองเห็นแต่รุ่นพี่ ... ชั้นมองไม่เห็นอะไรรอบตัวอย่างอื่นเลย"

"... นี่ .... จับมือ ได้มั้ย"

"จำได้มั้ยตอนจับมือครั้งแรกเธอมองมือชั้นตลอดเวลาเลย"

"มองเหมือนกับเป็นอะไรที่ไม่เคยเห็นมาก่อนงั้นแหละ"

"ง่ะ ... จำเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอคะ"

"จำได้สิ ... นี่ ... ไปไหนกันดี .."

"ที่ไหนก็ได้ค่ะ แค่มีรุ่นพี่"

รุ่นพี่เงียบไปซักพัก

".... ดีใจจริงๆนะ ... ที่มีเธอ"

ชั้นจะไม่มีวันปล่อยมือจากความรักนี้เด็ดขาด ...

---------------------------------------------

วันนี้ก็เลิกเรียนตามปกติ กำลังเก็บของลงกระเป๋า รุ่นพี่ก็วิ่งเข้ามาในห้องเรียนเรา

"นี่!"

"วันนี้ ไปบ้านชั้นมั้ย"

"ชั้นมีของอยากให้เธอดู"

พอถึงที่ห้อง ปิดประตู

รุ่นพี่ก็กอดเราทันที



"คิดถึง ... มากเลย"

"ยิ่งได้กอดเธอไว้แบบนี้ ยิ่งทำให้ทนไม่ไหว...อยากสัมผัสเธอ ... มากขึ้น"

"รุ่นพี่ทะลึ่ง..."

"อ๊ะ"

แต่กรูทะลึ่งกว่า (กร๊ากกก)

เพราะเราจับรุ่นพี่กดอีกแล้วค่ะ

อา ... ทำไมรุ่นพี่ถึงน่ารักขนาดนี้นะ ...

เราห้ามใจไม่อยู่ ลวนลามรุ่นพี่ไม่ยั้งเลย

"รุ่นพี่ ชอบชั้นมั้ย"

"... ชอบสิ ... ชอบมาก"

รุ่นพี่กอดเราไว้แน่น กลิ่นของรุ่นพี่ล้อมรอบตัวเรา ...

"ชั้นรักเธอ"

"อยากกอดเธอแบบนี้ ... ตลอดไป"

พวกเราเดินลงมาที่ครัว ...

รุ่นพี่ให้เรานั่งรอ จะทำอะไรง่ายๆมาให้เรากิน

รุ่นพี่ทำได้ทุกอย่างจริงๆ ชักจะอิจฉาแล้วสิ

เรามองรุ่นพี่ที่ใส่ผ้ากันเปื้อนแล้วก็แอบคิดในใจแว๊บนึงว่า

คงจะเป็นภรรยาที่ดีนะ ... (เอ๊ะ)

รุ่นพี่ทำอาหารอร่อยจัง

"เปิดทีวีมั้ย"

"ไม่เอา จะดูรุ่นพี่"

"งั้นเปิดดีกว่า"

"ห๊า ทำไมล่ะคะ"

"ก็เดี๋ยวชั้นก็กินข้าวไม่ได้พอดี"

"อ๊ะ ชั้นมองมากไปเหรอ ?"

"อื้ม ... มากไป"

อยู่กับรุ่นพี่แบบนี้ มีความสุขที่สุดเลย

"รุ่นพี่"

"?"

"มาเป็นภรรยาชั้นนะคะ"

ในช่วงที่เรามีความสุขอยู่ อีกวันก็ได้ข่าวว่ารุ่นพี่จะไปเรียนต่ออีกครั้ง...

เราไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย ... ไปเหรอ...เมื่อไหร่ ... ไปนานแค่ไหน

... รุ่นพี่...

รุ่นพี่จะไปอีกแล้ว ... อีกแล้ว

คำเดิมๆวนเวียนซ้ำๆอยู่ในหัว

ทั้งโกรธ ทั้งเศร้าในเวลาเดียวกัน

ไปชมรมไม่ได้ ไม่กล้าเจอหน้ารุ่นพี่ ไม่รู้จะพูดว่าอะไร...

อยากกลับบ้าน อยากกลับไปที่ห้อง ขังตัวเองไว้เดี๋ยวนี้เลย

แต่เดินออกมารุ่นพี่ก็รออยู่ที่หน้าห้องเรียนแล้ว...

จริงด้วย ... รุ่นพี่มารับเราไปชมรมทุกวัน ... ลืมคิดไปเลย

"วันนี้ไปชมรมมั้ย ?"

"...........................ไม่ไปค่ะ"

"งั้น ... ชั้นก็..."

"รุ่นพี่............................................................. รุ่นพี่บ้า!!"

เราไม่มองหน้ารุ่นพี่แล้ววิ่งหนีมาทั้งอย่างนั้น

ชั้นหนีอีกแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงจริงๆนะ รุ่นพี่

วิ่งไป ก็ปาดน้ำตาตัวเองไป

คง เจอรุ่นพี่ไม่ได้อีกแล้ว ... ตัดสินใจแล้ว

แล้วคืนนั้นเราก็กลับมาพร้อมไข้สูงนอนซม

แล้วคราวนี้จะทำยังไงดี

เหตุผลของรุ่นพี่ก็คงเหมือนเดิม ... อีกแล้ว

ยิ่งคิด ไข้ก็ยิ่งดูเหมือนจะสูงขึ้น ... แล้วเราก็หลับไปพร้อมฝันร้าย

อีกวันรุ่นพี่ก็มาเยี่ยม...

"เป็นไงบ้าง"

"ไข้ ... ขึ้น"

"ขอโทษนะ ... ชั้นไม่ดีเลย"

ถ้าคิดอย่างนั้นก็กลับไปซะสิ! อยากจะตะโกนออกไปจริงๆ

แต่ตอนนี้ก็ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้ารุ่นพี่

"ชั้น ... โกรธ ... นี่มัน...ครั้งที่สองแล้วนะคะ"

"ต้องโกรธอยู่แล้วก็ชั้นทำเรื่อยแย่ๆกับเธอ..."

"ทำไม ... ทำไมไม่บอก"

"ก็บอกแล้ว ... ยกเลิก ... หมั้นมั้ย ..."

รุ่นพี่ยิ้มให้ทั้งน้ำตาคลอๆ

"ตอนอยู่ที่นั่นชั้นตัดสินใจไปแล้วว่าจะไม่กลับมา ..."

"แต่พอเห็นเมลของเธอแล้ว...ก็ทนอยู่ไม่ได้"

"รุ่นพี่ ... คิดจะไม่กลับมา ... แต่แรกแล้ว ..."

"ใช่ .. แต่ที่กลับมา ... เพราะเธอ ... เธอคือเหตุผลเดียว"

"พอกลับคราวนี้ เรื่องที่เกิดขึ้นปีที่แล้วก็กลับมาในหัว ... "

"ครั้งนี้ชั้นจะต้องโดนเกลียดจริงๆแน่ๆ"

"ชั้นถึงคิด .. ก่อนที่เธอจะเกลียด ... ชั้นอยากตัดความสัมพันธ์นี้"

"ถึงชั้นจะทำมันไม่ได้ก็ตาม.."

เจ็บ ... เจ็บในใจ... รุ่นพี่ .. พอเถอะ

"ให้อภัยชั้นนะ.."

"ไม่ว่าเมือ่ไหร่ชั้นก็ทำร้ายเธอมาตลอด ... ชั้นเองก็เจ็บ... ที่ต้องทำร้ายเธอแบบนั้น"

"ขอโทษ ... จริงๆ"

"เข้าใจแล้วค่ะ"

จากคำพูดที่พรั่งพรูออกมา ทำให้ความโกรธหายไป

รุ่นพี่เองก็ทรมานเหมือนกัน เจ็บเหมือนๆกัน

"ขอบคุณนะ"

"ชั้น อ่อนแอ ... ถ้ารู้ว่าสิ่งที่จะเป็นต่อไปมันจะต้องเจ็บ ชั้นจะทำลายให้เป็นศูนย์"

"ชั้นอยากหนีจากทุกสิ่ง"

"ยิ่งเป็นเรื่องของเธอ ชั้นก็จะยิ่งรู้สึกแปลก ..."

"ชั้นคิดไม่ดีเลย"

"เคยบอกใช่มั้ย ชั้นหึงทุกคนรอบตัวเธอ"

"ชั้นรู้สึกเหมือนว่าตอนที่ชั้นไม่อยู่ เธอก็คงอยู่ได้"

"ถ้าชั้นไม่กลับมา เธออาจจะรู้สึกดีกว่าก็ได้ ..."

"รุ่นพี่ ... ชั้นมีเรื่องที่อยากถามมาตลอดเลย"

"ทำไมอยู่ๆถึงเลิกเมลหาชั้น"

"ชั้น ... ทดสอบเธอ"

"เธอ เป็นฝ่ายตอบเมลจากชั้นอย่างเดียว ... ไม่เคยมีเมลที่ส่งมาจากเธอก่อนเลย"

"บางทีเธออาจจะแค่ตอบกลับตามมารยาทก็ได้"

"แล้วถ้าชั้นไม่ส่งเมลไป ... เธอ จะรู้สึกยังไง"

2 เดือนกว่าที่เราทรมานอยู่ รุ่นพี่เองก็ทรมานเหมือนกัน

แย่จริงๆเลยชั้น ... เอาแต่คิดแต่เรื่องของตัวเอง

"ชั้นเองก็กลัวว่าเพราะรุ่นพี่เกลียดชั้นแล้วรึเปล่า ... พอคิด ... ก็ยิ่งไม่กล้าส่งไป"

บ้าจริงๆนะ เราสองคน ...

แล้วพออีกวันรุ่นพี่ก็ไม่สบาย ... คราวนี้ก็ตาเราไปเยี่ยมบ้างละนะ

พอไปก็นั่งคุยกับคุณแม่

โล่งอกที่ได้ยินว่ารุ่นพี่อาการดีขึ้นมากแล้ว

"เฮ่อ ... อากิระนี่ไม่ดีเลยน้า มีคู่หมั้นอยู่นี่แท้ๆ ยังแทบจะไม่อยู่ญีปุ่นเลย"

"รุ่นพี่จะไปนานแค่ไหนเหรอคะ ?"

"... เค้าอาจจะไปอยู่ที่นั่นเลยนะ"

"เอ๊ะ"

"ในอนาคตเค้าก็คงมารับเธอไปอยู่ด้วย .. ถึงแม่จะอยากให้กลับมามากกว่าก็เถอะ"

แล้วเราก็ขึ้นไปหารุ่นพี่ ...

"ตอนอยู่ที่นั่นก็วาดรูปด้วยใช่มั้ยคะ"

"อืม ... แต่วาดได้ไม่ดีเลย"

"ที่วางอยู่ตรงนั้นคือพวกที่วาดไว้ที่โน่นเหรอคะ"

"อ๊ะ..."

ภาพวาดทุกใบมีรอยฉีกขาดทุกใบ

เราตกใจที่มองเห็นภาพวาดเหล่านั้น

"ชั้น วาดไม่ได้เลย .. "

"รูปที่วาดตอนสองเดือนนั้น เหรอคะ ..."

"รูปพวกนี้ไม่ได้วาดที่โน่นหรอก ... เป็นรูปที่ชั้นวาดในห้องนี้"

"วันที่ชั้นบอกถอนหมั้น ... ชั้นกลับมาที่ห้อง แล้วก็เริ่มทำลายมัน"

"ชั้นให้อภัยตัวเองไม่ได้ ที่ไปอยู่ที่โน่น ใช้ชีวิตที่โน่น ทำให้เธอเจ็บปวด"

"ชั้นไม่อยากเห็นภาพพวกนี้ ภาพที่ชั้นวาดคนเดียว ภาพที่วาดเพราะเธอ"

"อยากทำลายมันให้หมด"

เศร้าเกินไปแล้ว รุ่นพี่เองก็เจ็บปวดมากเกินไปแล้ว

เราไม่รู้จะทำยังไงได้แต่กอดรุ่นพี่ไว้

"รุ่นพี่ ... ชั้นควรจะทำยังไงดี"

"ชั้นไม่อยากให้รุ่นพี่อยู่คนเดียวอีกแล้ว"

"ไม่อยากให้พี่วาดภาพแบบนี้อีกแล้ว"

"... อืม ไม่เป็นไรแล้ว"

"ถ้าเธอไม่ชอบ ชั้นก็จะไม่ทำมันอีก ..."

"แต่เธอ ช่วยอยู่ข้างๆชั้นแทน ได้มั้ย"

รุ่นพี่ วาดรูปโดยคิดถึงเราตลอดเวลา กลับมาเพราะเรา

ตอนนี้เข้าใจแล้ว ที่รุ่นพี่พูดว่ามีเราคนเดียวที่เข้าใจภาพของเค้า

'ทำไม ดูเจ็บปวดยังไงไม่รู้'

ภาพวาดที่แสดงความเจ็บปวดนั้นก็คือจิตใจของรุ่นพี่

รุ่นพี่กลัวที่จะทำร้ายคนอื่นก็เลยเลือกที่จะทำร้ายตัวเอง

'อยากจะหนีจากทุกอย่าง'

ไม่ได้แล้ว ... ให้รุ่นพี่อยู่คนเดียวต่อไปไม่ได้แล้ว

เรากลับไปที่ห้องชมรม หารูปภาพที่ว่านั่น

รูปภาพที่แสดงถึงตัวตนของรุ่นพี่

รูปพระจันทร์ที่ส่องแสงให้กับมนุษย์ผู้หญิงคนหนึ่งจากข้างบน

พระจันทร์ที่ส่องสว่างอยู่เสมอ

แต่ในด้านที่แสงอาทิตย์ส่งไม่ถึง ซ่อนความเหงาของจิตใจไว้

"ทำอะไรอยู่ ?"

"!!!"

เราตกใจทำภาพหล่นลงพื้น

"อ๋อ ... ภาพนี้"

"รุ่นพี่ ... คือพระจันทร์ดวงนี้ใช่มั้ยคะ"

"... ถ้างั้น คนในรูปนี้ก็เป็นเธอ"

"พระจันทร์พยายามส่องแสงสว่างให้ถึงตัวผู้หญิงคนนี้"

"เพื่อให้มาเป็นเจ้าสาวของเค้า"

....

"ชั้น กลัวมาตลอดเลย"

"กลัวว่าเธอจะเห็นด้านเงามืดของชั้น ... เหมือนเมื่อวาน"

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ชั้นเข้าใจทุกอย่างแล้ว"

"ไม่กลัวเหรอ ... ถึงชั้นจะทำอย่างนั้น"

"ถึงจะกลัว แต่ชั้นก็ไม่คิดว่าจะเกลียดรุ่นพี่เลย..."

ชั้นรักรุ่นพี่ตั้งแต่แรกเห็น

มองเห็นแต่รุ่นพี่ เพราะงั้น พอไม่เข้าใจ ก็ยิ่งทรมาน ไม่สบายใจ

แต่ไม่เคยคิดจะเกลียดรุ่นพี่แม้แต่ครั้งเดียว ...

เพราะรุ่นพี่เป็นพระจันทร์ ที่คอยให้ความอบอุ่นเสมอ

"ชั้นจะพาเธอไป ... ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม"

~~June Bride~~

พอรุ่นพี่เรียนจบที่อังกฤษก็จัดพิธีแต่งงานทันที

เป็นพิธีแต่งงานเล็กๆที่มีแต่พ่อแม่ของพวกเรา

เพื่อนสนิทไม่กี่คน



"ตอนนี้เธอเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในโลกเลยนะ"

****************************************************

จบแล้ว กรี๊ด

7 ชม.กับบทความอันยาวเหยียด

ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบ ไม่ว่าเราจะเล่ารู้เรื่องหรือไม่ก็ตาม

พอได้ทำความรู้จักกับตัวละครตัวนี้ก็รู้สึกเลยว่า

คล้ายกับตัวเราในเรื่องมากทีเดียว

รักแรง จนน่ากลัว

ต้องการครอบครอง ต้องการจนเสียความเป็นตัวเอง

เป็นคนที่บอบบางมาก ...

ถ้าถูกทำร้ายความรู้สึกแค่นิดเดียว ก็เหมือนกับจะแตกสลายไปเลย

แต่มันก็เหมาะกันดี ตรงที่ต่างคนต่างเป็นเหมือนกัน

คิดแบบเดียวกัน รักมากเหมือนกัน ไม่มั่นใจเหมือนกัน

ที่เราเล่นนี่ก็เหมือนเพื่อนที่จะค้นหาอะไรบางอย่าง

แค่ขอให้มีอะไรซักอย่างเป็นการเสริมความมั่นใจ ก็จะจบด้วยดี

เพราะถ้าสังเกตจากจบแบบด้านมืดของไคแล้ว

ไคเผยด้านมืดเพราะคำพูดที่เราส่งเมลไปครั้งแรก เท่านั้นจริงๆ

คำพูดคำเดียวเป็นตัวตัดสินทุกอย่าง

สำหรับเราเราว่าพวกนี้น่ากลัวนะ แต่ลองได้เล่นได้อ่านเนื้อเรื่องทั้งหมดแล้ว

ก็แปลกๆเหมือนกันที่ยอมรับว่า เริ่มชอบตัวละครตัวนี้ขึ้นมาแล้วล่ะ

เกมนี้ เป็นเกมที่สร้างตัวละครออกมาได้มีเสน่ห์จริงๆ

มีเสน่ห์ทุกตัว แล้วนิสัยแต่ละตัวก็ชัดเจนมาก

เราซึ้ง เราอินไปกับการกระทำ กับคำพูด

ทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง

เกมนี้ถ้าเล่นแล้วอ่านรู้เรื่องจะไม่เสียใจเลยที่มีเก็บไว้

กะว่าคราวหน้าอาจจะเอาเรื่องตอนภาค another moon มาเขียนต่อ

ให้ได้รู้ว่า ทำไมเราถึงหลงรักยูสะหัวปักหัวปำขนาดนี้

คราวหน้าเป็นคนสุดท้ายของภาคนี้แล้ว ... ขอโทษที่เก็บไว้คนสุดท้ายนะ โทโมยะ