月ノ光 太陽ノ影#2 : 遊佐拓海 : 信じるよ、君を
posted on 15 Mar 2007 03:02 by emil in Tsukino:+:Fumiya Fujii - Kimi ga boku o omou yoru:+:
โฮกกันต่ออีกราย
遊佐拓海
ยูสะ ทาคุมิ
จากความเดิมตอนที่แล้ว
ก็คือ เรามีคู่หมั้นอยู่แล้วคือรุ่นพี่ไค
แต่ตอนนี้เค้าอยู่เมืองนอก และขาดการติดต่อไป เกือบ 3 เดือน
และในช่วงเวลาแบบนี้เอง....
โทโมยะก็เริ่มที่จะชวนเราทำงานพิเศษดู
ที่ร้านเทนเดอร์การ์เด้น หน้าสถานี
ลูกค้าที่ร้านส่วนใหญ่เกินครึ่งเป็นผู้หญิง
แต่เด็กเสิร์ฟจะเป็นผู้ชายหน้าตาดี เอาไว้ดึงดูดลูกค้า
"แล้วเค้าจะรับผู้หญิงทำเหรอ ?"
ถึงเราจะอิดออดยังไง แต่ก็ตกลงว่าจะลองไปทำดู
"ถึงจะไม่เคยทำงานมาก่อน แต่ก็จะมีรุ่นพี่สอนให้ ไม่ต้องห่วง"
"เห... เป็นคนยังไงเหรอ"
"ถ้าเจอเดี๋ยวก็รู้เองล่ะ"
ตอนขากลับ โทโมยะก็ถามเราเรื่องรุ่นพี่อีก
ก็ยิ่งทำให้เราคิดมากกว่าเดิม
แถมตอนกลับมาที่บ้าน คาสึกิก็ยังเข้ามาคุยเรื่องรุ่นพี่อีกคน
แต่เราก็ไม่กล้าที่จะส่งเมลไปหารุ่นพี่อยู่ดี
"เป็นแบบนี้ตลอดเลยนะเรา...."
หลังจากนั้นก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนนอนหลับไป
แต่ว่านอนเพลินเกินไป เลยตื่นสาย
ซึ่งรถไฟก็คนเยอะมหาศาลเลย แต่ถ้าไม่ขึ้นตอนนี้ล่ะก็สายแน่ๆ
เราก็เลยเบียดตัวเองเข้าไปในรถไปยืนอยู่กับพวกลุงๆทั้งหลาย
เห้อ....
ทันใดนั้นเอง
เราก็เจอพวกโรคจิตเริ่มเปิดกระโปรงเรา =[]=
เราก็ทำอะไรไม่ถูก ... T T
ทะ ทะทะ ทำไงดี ....
มือของเจ้าโรคจิตนั่นก็ยังไม่หยุด
ตัวเราเองก็ไม่กล้าจะทำอะไร เพราะคิดว่าคนเดียวทำอะไรไม่ได้แน่ๆ
ฮือออ ช่วยด้วยรุ่นพี่
"เห้ออออ.... ทนดูไม่ได้จริงๆน้า"
"เอ๊ะ..."
"มือซนอย่างนี้มันรบกวนคนอื่นเค้าน่า ลุง"
"อ๊ะ อย่าเสียงดังนักซี่...ลงสถานีหน้าด้วยกันเงียบๆดีกว่านะ"
ตอนแรกก็ไม่กล้ามองหน้าใครเท่าไหร่ แต่แหม
เท่เป็นบ้าเลยเว้ยยยคนนี้ เราเลยตัดสินใจกระโดดลงสถานีไปพร้อมกับเค้าด้วย
ถึงจะสายแต่มีเหตุผลก็ไม่เป็นไรหรอก
(เหตุผลคือเจอเนื้อคู่นั่นเอง กร๊ากๆๆ)
เราก็เลยได้รู้ว่าเค้าชื่อ ยูสะ ทาคุมิ ทำงานอิสระ
แต่ว่าเค้าบอกว่า ตอนนี้คือเวลากลับบ้านเนี่ยสิ ... ทำงานอะไรกันนะ
"ขอบคุณที่ช่วยนะคะ"
"ไม่เป็นไรหรอกนิดหน่อยๆ ... อ๊ะ ว่าแต่"
"คะ"
"ถ้าอยากขอบคุณล่ะก็ ขอถามอะไรอย่างนึงได้มั้ย"
"อ๊ะ ได้สิคะ ถ้าชั้นรู้ล่ะก็ ..."
"งั้น"
ยูสะก็ยิ้มซนๆเหมือนเด็กๆ
"ช่วยบอกชื่อเธอหน่อยได้มั้ยล่ะ?"
ก่อนที่ใจจะละลายเราก็เป็นบ้าไปก่อน เฮ้ยเราลืมบอกไปได้ยังไงเนี่ย พลาดอย่างรุนแรง
เราก็บอกไปโดยดี
"เห.... (ชื่อเรา) เหรอ .... ชื่อน่ารักจัง"
=////=
"อ๊ะ...หน้าแดงแล้ว"
หลังจากนั้นเราก็ต้องแยกกับยูสะที่สถานีนี้เลย
เราก็กระโดดขึ้นรถไฟ แล้วยูสะก็ยิ้มแล้วโบกมือให้จากสถานี
พอไปถึงโรงเรียน เราก็นึกถึงเรื่องตอนเช้าแล้วก็นึกถึงยูสะ....
"รู้งี้ ขอที่อยู่หรืออะไรติดต่อไว้บ้างก็ดี..."
ตอนเลิกเรียนโทโมยะก็มาเรียกแล้วบอกว่าวันนี้จะพาไปดูที่ทำงาน
ซึ่งที่นี่เค้าจะทักทายกันด้วยคำว่าอรุณสวัสดิ์
ซึ่งฟังแบบนั้นแล้วเหมือนกับเป็นงานกลางคืนเลยแฮะ
แล้วโทโมยะก็พาเราเข้ามาในครัวเพื่อมาหาเจ้าของร้าน
"ยูสะซัง------------------!"
"เอ๊ะ ... ยูสะ....?"
"มาแล้วเหรอโทโมยะ ... แล้วเด็กคนนั้น .... เอ๊ะ ..."
"ฮ่าๆๆๆ บังเอิญจริงๆเลยนะ ตอนแรกก็คิดอยู่เหมือนกันว่าน่าจะอยู่โรงเรียนเดียวกัน"
"??? หมายความว่าไงครับ"
"อ๋อ เมื่อเช้ารู้จักกันบนรถไฟน่ะ"
"อ๊า ยูสะซัง พูดแบบนั้นฟังดูไม่ค่อยดีนะคะ ... มันดูเหมือนพวกม่อๆ..."
"เค้าช่วยชั้นจากพวกโรคจิตน่ะ โทโมยะ"
โทโมยะก็เริ่มโวยวายว่าทำไมไม่บอก แต่ก็โดนยูสะดักคอให้ไปเปลี่ยนชุดก่อน
"แล้ว ... เธอล่ะ จะมาทำงานพิเศษรึเปล่า?"
"คะ ... ค่ะ"
"โอเคเลย วันนี้ลูกค้าไม่เยอะเท่าไหร่ อยากไปดูที่ไหนก่อนล่ะ ฮอลล์? หรือที่ครัว?"
หลังจากนั้นเราก็เริ่มทำงานพิเศษที่นี่ประเดิมวันแรกเลย
หลังจากเหนื่อยจากทำงานพอแล้ว เราก็ออกมาพร้อมกับยูสะกับโทโมยะ
"นี่... ไปดื่มชากันต่อหน่อยมั้ย ?"
"เอ๊ะ งานต่อไปไม่เป็นไรเหรอครับ ?"
"ไม่เป็นไรๆ ส่วนใหญ่ก็นั่งว่างๆอยู่แล้วล่ะ"
"อืม... ถ้าแป๊บเดียวก็ไม่เป็นไรค่ะ"
"ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกน่าโทโมยะ"
แล้วยูสะซังก็ยิ้มแล้วโอบไหล่เราเดินไปที่บาร์ที่นึง
"ยูสะซัง ... ไหนว่าดื่มชาไงคะ"
"เอ๊ะ อะไรนะ ไม่พูดใกล้ๆแล้วไม่ได้ยินเลย"
"... ช่างเหอะค่ะ"
"กินอะไรก็ได้นะ ร้านคนรู้จักน่ะ ชั้นเลี้ยงเอง"
"ชาแหละดีแล้วค่ะ"
"เป็นเด็กดีจังน้าเธอเนี่ย"
ว่าแล้วยูสะก็เริ่มจิบวิสกี้
"เธอคบกับโทโมยะอยู่เหรอ"
"มะ ... ไม่ใช่นะคะ เข้าใจผิดแล้ว ชั้น..."
"งั้น...คบคนอื่นอยู่เหรอ"
"ค่ะ"
"เห .... ผิดคาดแฮะ ดูท่าทางเธอไม่ค่อยรู้จักผู้ชายนะ"
"เอ๊ะ ทำไมล่ะคะ"
ก็รู้อยู่นะว่าเสียงเพลงดังจนแทบไม่ได้ยิน
เลยต้องคุยกันใกล้ๆ
แล้วยูสะก็ค่อยๆเข้ามาใกล้เรามากขึ้นอีกนิด ...
"ก็เพราะ...ดูไม่ค่อยระวังตัวเลยน่ะสิ"
แล้วพูดข้างๆหูเราใกล้ๆ
ยูสะมองหน้าเราด้วยสายตาที่แปลกไป
"อะ ล้อเล่นนะ .... กลัวรึเปล่า ?"
"นี่...ระวังตัวหน่อยก็ดีน้า ผู้ชายเลวๆเยอะนะสมัยนี้น่ะ"
"เมื่อกี๊ยูสะซังก็น่ากลัวเหมือนกันนะคะ"
"ฮ่าๆ ไม่ต้องห่วง ชั้นไม่ยุ่งกับผู้หญิงที่มีแฟนแล้วหรอก"
แล้วเค้าก็ถามถึงแฟนเรา
"อยู่ไกลกันเหรอ ไม่เหงาเหรอ ?"
"ต่อไปจะแต่งงานกันรึเปล่าล่ะ"
"ก็คงแต่งน่ะค่ะ"
ยูสะมองหน้าเรายิ้มๆ เหมือนกับคิดว่าเรื่องที่เราพูดมันไร้สาระ
"หืม กล้าพูดดีนะ"
"ก็เป็นคู่หมั้นนี่คะ"
แค่คำเดียวก็เล่นเอายูสะอึ้งไปเลย จนพาลคิดว่าเราเป็นคุณหนูที่ไหนรึเปล่า
ซักแป๊บก็เริ่มดึก...ต้องกลับแล้ววว
"ขอบคุณน้าที่วันนี้มาเป็นเพื่อนลุงอย่างชั้น"
"เอ๊ะ ... อายุเท่าไหร่เหรอคะเรียกว่าลุงเนี่ย"
"ดูเหมือนเท่าไหร่ล่ะ"
"...28 ล่ะมั้ง"
"โหดร้าย ... เกินไปตั้งสองปี"
และแล้ว ตั้งแต่ตอนนี้เราก็เริ่มรู้สึก...ถึงกลิ่นของยูสะ
กลิ่นของผู้ชายอันตราย...
-------------------------------------------------------------------
วันเสาร์
เราก็ออกไปข้างนอกคนเดียวดู แล้วก็เจอกับยูสะ
"มาทำอะไรเหรอ รอใครอยู่รึเปล่า"
ยูสะพึ่งกลับจากทำงานอีกแล้ว คงทำงานกลางคืนจริงๆสินะ
"นี่ไปกินข้าวเช้าด้วยกันหน่อยมั้ย ยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว"
แล้วเราก็เลยไปนั่งกินอะไรกินนิดหน่อย
"ยูสะซังใช้ชีวิตแบบนี้ตลอดเหรอคะ ?"
"อืม...ก็กินข้าวข้างนอกตลอดล่ะนะ"
"เอ๊ะ ?"
"ทำไมเหรอ น่าตกใจขนาดนั้นเชียว... งั้นก็มาทำให้ชั้นสิ"
"ชั้นไม่ทำอาหารที่บ้านหรอก แล้วก็ไม่มีคนทำให้ด้วย~"
"โห .... ไม่น่าเชื่อเลยค่ะ น่าจะมีสาวๆทำให้เยอะแยะด้วยซ้ำ"
"อะไรเห็นชั้นเป็นคนแบบนั้นเหรอ"
"ค่ะ เห็นเป็นแบบนั้นแหละค่ะ"
แต่ว่าไป ท่าทางวันนึงก็คงหมดไปกับงานเยอะแล้วล่ะ
"ชั้นเป็นผู้ชายทำงานไง เท่ใช่มั้ยล่ะ แต่ก็ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ"
แต่ว่ายังไงก็ตาม เค้าก็ยังพอใจกับการใช้ชีวิตแบบนี้อยู่ดี
ว่าไปก็เก่งนะ อายุ 26 มีร้านเป็นของตัวเองแล้ว
เราเริ่มคุยเรื่องยูสะกับเรียวโกะ
ดูเหมือนว่าจะมีงานอีกที่นึงนอกจากที่ร้านด้วย แล้วก็กลับตอนเช้าประจำ
"หืม...ดูลึกลับยังไงไม่รู้เนาะ"
แล้วตอนเย็นวันนั้นเราก็ตัดสินใจที่จะไปทำงานพิเศษกับโทโมยะ
.... บางทีที่เราตัดสินใจแบบนี้อาจจะเพราะมียูสะอยู่ด้วยล่ะมั้ง
แล้วเราก็เริ่มต้นงานพิเศษวุ่นๆตามที่ยูสะสอน
ถึงเราจะพลาดๆอะไรนิดหน่อย ยูสะก็ไม่ทำท่าโกรธเลยซักนิดเดียว
ถึงนอกเวลางานจะดูเล่นๆ แต่เวลาทำงานก็เป็นคนที่เอาใจใส่มากเลยนะเนี่ย
แต่วันนี้ก็เป็นวันที่งานหนักใช้ได้จนแทบจะร้องไห้เลยทีเดียว
ตอนกลับโทโมยะก็ถามเราอีกว่าทำไมถึงได้สนใจจะทำงานที่นี่ขึ้นมา
"เพราะยูสะซังล่ะมั้ง..."
"อ๊ะ เธอก็ถูกใจเค้าเหมือนกันใช่ม้า ... แปลกจริงๆเลยนะยูสะซังเนี่ย"
"แปลกยังไงเหรอ"
"ไม่มีใครเกลียดเค้าเลยนะ มีแต่คนชอบเค้าทั้งนั้น"
แล้วเราก็เลยได้รับรู้เรื่องของยูสะจากโทโมยะเพิ่ม
ว่าเป็นคนที่มีคนรู้จักเยอะมาก และหลายแบบด้วย
ตั้งแต่นักธุรกิจจนถึงพวกหน้าตายากุซ่าก็มี
"แต่เธอก็ต้องระวังตัวหน่อยนะ"
โทโมยะเตือนเราว่าอย่าไปเผลอใจกับยูสะให้มันมากนัก
"ไม่หรอกน่ะ ชั้นมีรุ่นพี่อยุ่แล้วนี่"
วันต่อมาเราก็ได้ข่าวว่ารุ่นพี่จะกลับมาญี่ปุ่นเร็วขึ้น
ทำให้ใจเหม่อลอยตลอดทั้งวัน แล้วก็เพ้อคนเดียวจนมาทำงานสาย
เราก็พยายามแล้ว แต่ก็ยังทำอะไรผิดพลาดหลายครั้งอยู่ดี TwT
"ขอโทษนะคะ ยูสะซัง"
"ฮ่าๆ ไม่เป็นไรหรอก ก็พึ่งครั้งแรกๆเอง ไม่มีใครเก่งตั้งแต่แรกหรอก"
"เธอนี่น้า เพราะยูสะซังเค้าใจดีหรอก ถึงได้พูดงี้ ทีหลังอย่ามาสายดิ้"
"ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นเหรอ ..."
ยูสะซังก็สังเกตท่าทีของเราเลยถาม
ซึ่งเราก็บอกว่าจะเล่าให้ฟัง
"งั้นชั้นไปด้วย"
"นายไม่ต้องมาโทโมยะ"
"ทำไมล่ะครับ!!"
"ชั้นบอกว่าอยากคุยกับเค้าคนเดียว นายไม่เกี่ยว"
แล้วยูสะก็โอบไหล่เราเดินไปที่ร้านเดิม
ซึ่งเราก็บอกเรื่องที่รุ่นพี่จะกลับมาเร็วขึ้น ซึ่งมันก็ดูเป็นเรื่องดี
แต่ว่ามันมีอะไรซักอย่างที่เราอธิบายไม่ได้ในความรู้สึกนี้
"มีอะไรเปลี่ยนไปรึเปล่าล่ะ ? ... ในตัวเธอ"
เรารู้สึกกลัว ... มันมีความรู้สึกกลัวปนอยู่ด้วยตอนที่รู้ว่ารุ่นพี่จะกลับมา
"นี่ ... ความรู้สึกที่ว่าเชื่อไม่ได้เนี่ย ... มันไม่สบายใจขนาดนั้นเลยเหรอ"
เพราะผู้ชายคนนี้ไม่เคยเชื่อใครอยู่แล้ว
คนที่ใครต่อใครก็ชอบ ... กลับกลายเป็นคนที่ไม่เคยเชื่อใจใครอย่างนี้น่ะเหรอ...
"แต่ชั้นเชื่อ...ยูสะซังนะคะ"
เพราะถ้าเราไม่เชื่อเราก็คงไม่กล้ามาด้วยแบบนี้....
ประโยคที่เราพูดทำให้สีหน้าเค้าเปลี่ยนไปหน่อยนึง
แต่เค้าก็กลับมาแสดงสีหน้าแบบเดิมทันที
"ไม่เชื่อแฟนตัวเอง .... แต่กลับมาเชื่อคนที่เจอกันไม่กี่ครั้งแบบชั้น ?"
แล้วยูสะก็บอกว่าสนใจในตัวเรากับท่าทางความคิดของเรา
"อยากเห็นมั้ยล่ะ โลกของชั้นที่แตกต่างจากที่เธอเคยเห็น"
แต่หน้าตาเราก็บ่งบอกว่า สับสนแล้วก็กลัว จนยูสะต้องหัวเราะออกมา
"ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ เธอนี่ตลกจริงๆ"
แล้วคืนนั้นก็จบลงตรงที่เราแลกเบอร์โทรศัพท์กัน
"แล้วจะชวนเที่ยวนะ"
พออีกวันตอนที่พ่อของไคมาคุยที่บ้าน เราก็ตกใจกับเรื่องครอบครัวในอดีต
แล้วก็เกิดความรู้สึกอยากจะพูดกับใครซักคนขึ้นมา
....
เราเลยโทรไปปลุกยูสะซะงั้น
เสียงตื่นนอนเซ็กซี่จริงๆ อร๊างง
"อ๊ะ คือ ไม่ได้มีธุระอะไรหรอกค่ะ"
"เห.... งั้นแปลว่าอยากได้ยินเสียงชั้นสินะ"
"อ๊ะ เอ่อ ... ก็คงจะ....อย่างนั้นล่ะมั้งคะ"
"ฮ่าๆๆๆ .... โธ่ อย่าพูดจาน่ารักอย่างงั้นสิ"
แล้วยูสะก็ชวนเราออกไปข้างนอก
"ที่เคยบอกไว้ไง ... ชั้นจะให้ดูชั้นในอีกโลกนึง"
"เอ๊ะ ... จะดีเหรอคะ"
"ก็ชั้นอยากให้เธอเห็นนี่..."
แล้วคืนนั้นเราก็โกหกที่บ้านว่าจะออกไปหาเรียวโกะ
แล้วยูสะก็จูงมือพาเราไปเดินในเมือง ที่มีแต่ร้านเปิดตอนกลางคืนเต็มไปหมด
คนก็เยอะมากเพราะว่าวันพรุ่งนี้เป็นวันหยุดพอดี
แล้วยูสะเองก็บอกว่า
"ไปเดินเล่นกันหน่อยละกัน แถวเนี้ยชั้นรู้จักดี"
ตอนที่เดินอยู่ก็มีคนน่ากลัวๆเข้ามาทัก ซึ่งเราเองก็กลัว
แต่ยูสะก็บอกกับเราว่าไม่มีอะไรหรอก แล้วก็จับมือเราให้แน่นขึ้น
แล้วก็พาเราเดินไปเรื่อยๆ ซึ่งก็มีคนทักทายตลอดทาง
เราเองก็รู้สึกว่ายูสะดูสนุกกับเวลานี้มาก
"เหนื่อยรึยัง ?"
"ไม่ค่ะ"
"หืม... แต่ก็ดูดีขึ้นแล้วนี่นะ"
"ตอนเจอที่หน้าสถานีทำหน้ายังกะเหนื่อยอะไรมามากงั้นล่ะ"
เค้าเห็นเราดูไม่ค่อยดีก็เลยพามาเดินเล่นเหรอเนี่ย
ยูสะบอกเราว่าพึ่งได้นอนตอน11โมงเอง
ตอนเราโทรไปเลยเป็นเวลาตื่นพอดี๊พอดี
"ทำงานมากเกินไปรึเปล่าคะ"
"อืม... แต่ว่าชั้นก็สนุกกับมันนะ ไม่ได้เกลียดอะไร"
แล้วเราก็ตามไปดูยูสะทำงานด้วย คืนนั้น
"kafka แปลว่าความไม่สอดคล้อง ... นี่แหละร้านของชั้น"
แล้วก็พาเราไปนั่งที่บาร์
เค้าหายไปแป๊บนึงพร้อมกับกลับมาในมาดใหม่
บาร์เทนเดอร์
แล้วยูสะก็ผสมคอกเทลให้เราแก้วนึง
"ตั้งใจทำให้เลยนะเนี่ย"
แล้วเค้าก็ถามเราว่ารู้สึกยังไงกับโลกกลางคืนแบบนี้
ซึ่งเราก็ตอบไปว่าเหมือนเป็นโลกที่สว่างในอีกแบบนึง....
ซึ่งการที่ยูสะกลายเป็นคนไม่เชื่อใครเลยก็เพราะเกิดมาอยู่ในโลกแบบนี้
เห็นอะไรต่ออะไรมามาก แล้วพอเจอกับเรา
ก็เลยสนใจเราขึ้นมา เพราะไม่เคยเจอคนแบบเรามาก่อน
"ชั้นจะไปส่งนะ ดึกมากแล้ว"
ตอนที่เดินออกมาเราก็ได้กลิ่นของยูสะซัง แล้วก็รู้สึกดีมากๆ
"ไหวรึเปล่า หรือว่าเธอคออ่อนมาก นี่ชั้นลดแอลกอฮอล์ลงแล้วนะเนี่ย"
"อ๊ะ ไม่ใช่ค่ะ ไม่ได้เมาเหล้าแต่ว่า กลิ่นของยูสะซัง...."
"กลิ่น ?.... มันแปลได้หลายอย่างน้า"
"พูดจาน่ารักแบบนี้ชักไม่อยากให้กลับแล้วสิ"
แล้วก็กอดไหล่เราแน่นขึ้น
"ฮึๆ ...ไม่เป็นไรคืนนี้จะยอมปล่อยไปแล้วกัน"
แล้วเค้าก็หายไปท่ามกลางคนมากมาย
ทิ้งเราไว้ให้ใจเต้นอยู่อย่างนั้น
-------------------------------------------------------------
วันนี้เป็นวันที่รุ่นพี่กลับมา
รุ่นพี่ก็ขอยกเลิกการหมั้น ทำให้สมองเราว่างเปล่าไปหมด
น้ำตาก็ค่อยๆไหลโดยไม่รู้ตัว
จนไปโรงเรียนอีกวันแล้วเราก็ยังไม่รู้สึกดีขึ้น...
แล้วยูสะก็เข้ามาในความคิดของเรา...
พอเลิกงานพิเศษเราก็ขอปรึกษากับยูสะ แต่ว่าเค้ามีงานต่อเลยต้องไปอีกที่นึง
ซึ่งก็โอเค เราก็ตามไปปรึกษา ... ที่บาร์เมื่อวาน
"เค้ากลับมาแล้วใช่มั้ย"
เราก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
"ก็ดีน่ะสิ ดีใจด้วยนะ"
"ล้อเล่นน่ะ ดูหน้าก็รู้แล้ว เกิดเรื่องอะไรเหรอ ..."
"ทั้งๆที่ความรู้สึกของชั้นไม่เคยเปลี่ยน แต่เค้าบอกว่าอยากจะเริ่มใหม่จากศูนย์"
"หืม.... อยากจะเห็นหน้าหมอนี่แล้วสิ"
"แต่ก็นะ ไม่มีจริงๆหรอก ความรักโรแมนติกแบบในละคร"
"รุ่นพี่เป็นคนเก็บความรู้สึก ชั้นถึงได้ไม่เข้าใจว่าเค้าทำเพื่ออะไร"
"แต่เค้าก็บอกว่าความรู้สึกเค้าไม่ได้เปลี่ยนไปไม่ใช่เหรอ"
"แต่ถึงอย่างงั้นก็ไม่น่าถอนหมั้นนี่คะ ..."
"แล้วเธอจะทำไงต่อ"
"เธอมาหาชั้นเพื่อจะหาคำตอบว่าควรทำยังไงต่อไปเหรอ"
"ยูสะซังไม่เคยมีลูกค้ามานั่งที่บาร์ปรึกษาอย่างงี้เหรอคะ ... "
"มีบ้างนะ"
"ชั้นเองก็เป็นเหมือนคนพวกนั้นล่ะค่ะ เผื่อว่าจะเข้าใจอะไรมากขึ้น"
"งั้นก็เลิกไปแบบนี้แหละดีแล้ว"
"ถ้าเธอยังคบแล้วต้องเจ็บอยู่ตลอดเวลาแบบนี้ล่ะก็ ต่อไปก็คงไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก"
"คนรักกันน่ะ มีอะไรก็ควรพูดกันตรงๆ แต่เธอสองคนไม่ใช่แบบนั้น"
"เลิกไปแบบนี้ดีแล้ว...จริงๆเหรอคะ..."
"คนที่เธอคบก็มีแต่คนนี้คนเดียวใช่มั้ยล่ะ ... ยังมีผู้ชายอีกตั้งกี่คนที่เธอไม่รู้จัก"
"ทำไมไม่ลองคิดแบบนั้นบ้างล่ะ"
"ตอนนี้อาจจะทนได้ อาจจะทนเจ็บได้ แต่ความรักก็มีลิมิตของมัน"
"ตอนนี้เธออดทนได้เพื่อคนที่เธอรัก"
"แต่พอเธอผ่านช่วงเวลานั้นไป แล้วย้อนกลับมามองก็จะเห็นตัวเองเป็นแค่คนบ้าคนนึง"
"แล้วยูสะซังมีคนที่ถูกใจบ้างมั้ยล่ะคะ"
"อืม... นั่นสินะ"
"เยอะแน่ๆเลย เพราะมีคนมาชอบเยอะแยะไปหมด"
"ไม่หรอก คนที่มาชอบ กับการไปชอบใคร ไม่เหมือนกันซักหน่อย"
"เหรอคะ ไม่เห็นเข้าใจเลย ชั้นไม่ค่อยมีผู้ชายมาชอบนี่"
"ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ...ไม่มั่นใจเหรอ ?"
ก็คนที่บอกชอบเราไม่เคยมีเลยนี่ ยกเว้นรุ่นพี่คนเดียว.
"ชั้นชอบเธอนะ น่ารักดี"
"น่ะ...."
"ชั้นจะไม่พาคนที่ไม่ชอบมาที่นี่หรอก ... บอกตั้งแต่แรกแล้วไงว่าสนใจเธอ"
"การที่ชั้นดูเธอไม่สบายใจอย่างนี้แต่ไม่คิดว่ามันน่าหัวเราะ กลับคิดว่าเธอน่ารัก"
"นี่เรียกว่าถูกใจ...ใช่รึเปล่า"
"นี่"
ยูสะซังโทนเสียงต่ำลงนิดหน่อย
"วันนี้แค่มาปรึกษา...จริงๆน่ะเหรอ"
"เอ๊ะ..."
"เธอมาเพื่อให้ชั้นปลอบไม่ใช่เหรอ"
"เธอเมาแล้วนะ... สงสัยจะผสมแรงไปหน่อย"
"นี่ระวังหน่อยก็ดีนะ มาดื่มกับผู้ชายสองต่อสองอย่างงี้น่ะ..."
เราหัวเราะเพราะไม่คิดว่ายูสะจะเป็นคนพูดประโยคนี้ได้
"ชั้นเป็นห่วงนะเนี่ย"
"....แต่ว่าจริงนะ ต่อให้เป็นชั้นล่ะก็ ผู้หญิงไม่ระวังตัวเองแบบนี้น่ะ...."
"คะ ?"
"ไม่มีอะไร..."
พอออกมาข้างนอกเราก็รู้ตัวแล้วแหละว่าเมาจริง
"ที่นี่กับอังกฤษที่ไหนจะหนาวกว่ากันน้า~~~"
"เฮ่อ ...ยังคิดเรื่องเค้าอยู่อีกเหรอ"
"ก็มันชอบ...จริงๆนี่คะ"
พูดจบประโยคน้ำตาก็ไหลออกมา
ว่าแล้วยูสะก็กอดไหล่เราไว้ กลิ่นของยูสะเหมือนกับล้อมรอบตัวเรา
ผิดกับกลิ่นอิมเมจสีขาวของรุ่นพี่ ... ตรงกันข้าม
เหมือนกับเป็นกลิ่นสีดำที่เหมาะกับกลางคืนแบบนี้...
"..รุ่นพี่ไค.."
"ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้...."
สีหน้าของยูสะเปลี่ยนไปตอนที่ได้ยินชื่อไค
"งั้นเหรอ เธอเป็นคู่หมั้นของหมอนั่นเหรอ...."
"ยูสะซัง?"
"อ๊ะ ไม่มีอะไร นั่งที่นี่ก่อนนะเดี่ยวไปซื้ออะไรมาให้ดื่ม"
ยูสะกลับมาพร้อมกับชาร้อน
ซึ่งพอเราดื่มไปได้นิดหน่อย อยู่ๆก็ง่วงขึ้นมา...
ยูสะยิ้มแล้วเรียกชื่อเราเบาๆ ...
"ไม่ได้น้า... มาหลับที่แบบนี้ได้ยังไง"
"... อุตส่าห์คิดว่าเป็นน้องสาวแล้วนะ"
ยูสะลูบผมเราช้าๆ....
"แต่พอได้ยินชื่อไคแล้ว... ก็เข้าใจ..."
"ถ้าเธอเป็นของหมอนั่นล่ะก็...."
พอรู้ตัวอีกทีเราก็ครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่ที่โรงแรมกับยูสะแล้ว...
"ชั้นจะทำให้เธอลืม.... กลิ่นของหมอนั่น..."
พอเราคืนสติได้อีกที ก็เห็นหน้าของยูสะหลับอยู่ข้างๆแล้ว
โดนมอมยาเจ้าค่ะ
"...หรือว่า ... ชานั่น..."
"... ก็เธอน่ารักเกินไป"
"... แย่ที่สุด..."
"แล้วยังไงล่ะ ... ก็จบกันไปแล้วไม่ใช่เหรอ ... รุ่นพี่ไค นั่นน่ะ"
"อย่าทำหน้าเหมือนจะตายอย่างนั้นสิ"
"ก็เพราะความผิดใครล่ะ!!"
"ก็เธอเองไม่ใช่เหรอ"
"!!?"
"ทำไมถึงไม่รู้สึกล่ะ ว่าชั้นเป็นคนอันตรายแค่ไหน..."
"เมื่อวานก็บอกแล้วไง ... ว่าให้ระวังตัว ..."
แล้วยูสะก็ลูบผมแล้วพูดข้างหูเราเบาๆ
"นี่... เป็นของชั้นเถอะนะ ..."
เราเองก็โวยวาย .. ว่าที่ให้คำปรึกษาเราที่พูดดีกับเรา
หวังว่าจะให้เราเป็นของเค้าเหรอ
"ไม่คิดว่าชั้นแค่จะเล่นๆกับเธอบ้างเลยรึไง..."
"ชั้นบอกแต่แรกแล้ว... ว่าชั้นเชื่อคุณ"
"ถึงแม้จะทำแบบนี้น่ะเหรอ...?"
"เพราะงั้น ... ต้องมีเหตุผลอะไร..."
ยูสะแค่มองหน้าเราเงียบๆ
"ออกไปกันเถอะ มีอะไรอยากให้ดู"
--เวลากลางวันของเมืองกลางคืน...--
แล้วเราก็สังเกตเห็นเลยว่าจริงๆแล้วมันสกปรกมาก
ผู้หญิงสวยๆที่เห็นตอนกลางคืนพอตอนเช้ามาก็หน้าตาคนละเรื่องกันเลย
"ช่วงเวลาของเวทมนตร์ไงล่ะ"
"กลางคืนก็เหมือนความฝัน พอแสงอาทิตย์ส่อง เวทมนตร์ก็คลายแล้ว"
"ทำไมถึงอยากให้ชั้นเห็น..."
"เพราะชั้นเป็นเหมือนเมืองนี้....น่ะสิ"
"ที่เธอเชื่อชั้น มันเป็นการคิดไปเองคนเดียว ... ยังไงชั้นก็เป็นคน...ของเมืองนี้"
"เพราะเธอชอบพูดคำพูดที่สวยงามมากเกินไป ชั้นเลยอยากให้เธอเห็น...ความจริง"
"ชั้นไม่ได้พูด...อะไร..."
"พูดสิ .... พูดว่าเชื่อในตัวชั้นไง"
ทั้งวันตอนอยู่ที่โรงเรียนเราก็เอาแต่คิดเรื่องของยูสะ
ตอนเย็นก็ไปที่ชมรมศิลปะตามปกติ
รุ่นน้องก็เข้ามาทักเราว่าการลงสีเราเปลี่ยนไป
ซักพักรุ่นพี่ก็เข้ามาแล้วพูดเหมือนกัน
"เธอ... เริ่มหาสีของตัวเองแล้วสินะ"
"เหมือนกับสีของการเกิดใหม่...."
"ใครเป็นแรงบันดาลใจกันนะ...."
ยูสะทำให้โลกของเราเปลี่ยนไป ... นี่ชั้น..... ชอบยูสะซังจริงๆเหรอ
ทำไมพึ่งมารู้สึกตัวเองตอนนี้นะ บ้าชะมัด
อีกวันเราก็ได้ข่าวที่ว่ารุ่นพี่จะไปเรียนต่ออีกครั้ง
รุ่นพี่บอกเราให้เดินไปตามทางของตัวเอง
"รูปวาดนั่น ... ชั้นอยากจะเห็นตอนที่มันสมบูรณ์แล้วนะ"
แล้วเราก็เริ่มวาด...
ภาพที่สื่อถึงอิมเมจของยูสะ
รุ่นพี่ก็เริ่มเดินตามทางของตัวเองแล้ว... แล้วเราล่ะ
เราที่เอาแต่ตามรุ่นพี่... จะเดินไปทางไหนดี...
อยากเจอ ... อยากเจอยูสะ
เราก็เลยไปหาที่ทำงานพิเศษ แต่ยูสะออกไปแล้ว ก็เลยคิดว่าน่าจะไปที่ kafka
ตอนที่เรากำลังหาร้านอยู่ก็โดนจิ๊กโก๋สองคนเข้ามาล้อมซะงั้น
ปกติเรามากับยูสะตลอดเลยไม่เป็นไร แต่นี่มันอะไรกัน สองคนนี้มีแต่กลิ่นเหล้า
แต่ยูสะก็เข้ามาช่วยเราไว้
หลังจากจัดการสองคนนั้นเรียบร้อยก็ไปที่บาร์ด้วยกัน
"ทำไมไปอยู่แถวนั้นได้ล่ะ?"
"....."
"หรือว่า มาหาชั้น..."
ไม่คิดจะตอบหรอก แต่หน้าแดงไปก่อนแล้ว
"ดีใจจัง...คิดว่าจะไม่อยากเจอแล้วซะอีก"
"ทำไมถึงอยากเจอชั้นล่ะ"
"เพราะคิดถึง...อยากเจอยูสะซัง..."
"หมายความว่า... เลือกชั้น?"
"ใช่ค่ะ"
"คู่หมั้นของเธอเดินอยู่ในทางที่สว่างแท้ๆ ... เธอน่ะบ้ารึเปล่า"
แต่เราก็ยังเสียงแข็งบอกว่าเราชอบยูสะจริงๆ
ถึงจะกลัวที่ว่าใจของยูสะคิดยังไง แต่เราก็แข็งใจถาม
ว่าทำไมคืนนั้นถึงทำอย่างนั้นกับเรา...
"อยากรู้เหรอ ..."
"ก็ได้... ชั้นจะบอกให้ รอแป๊บนึงนะ"
แล้วเค้าก็พาไปที่แมนชั่นที่สะอาดเรียบร้อยมากๆเพราะเอาไว้นอนอย่างเดียว
"ดื่มอะไรหน่อยมั้ย ... แต่มีแต่เหล้านะ"
"อ่ะ...เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ"
แล้วยูสะก็หายเข้าไปในห้อง แล้วกลับมาพร้อมกับรูปวาดใบนึง
ตอนที่เค้าบอกเราว่าเคยได้ยินเรื่องของไคจากลูกค้า จริงๆแล้วโกหก
เค้ารู้ด้วยตัวเองต่างหาก เคยเจอกับไคเลย แต่ไม่คิดว่าโลกจะกลมขนาดนี้
พอเค้ารู้ว่าเราเป็นคู่หมั้นของไค ก็เลยอยากจะลองสัมผัสดู
ใช่... เค้าเป็นคนแบบนี้แหละ
"เธอเคยถามใช่มั้ยว่าชั้นไม่มีคนรักหรือใครพิเศษเลย... ใช่"
"... แต่ร่างกายของชั้นไม่ใช่ของชั้นคนเดียว"
"ไม่เคยสงสัยเหรอว่าทำไมชั้นอายุแค่นี้ถึงเป็นเจ้าของกิจการได้"
"เคยได้ยินมั้ยล่ะ ...ผู้อุปถัมป์น่ะ..."
"ชั้นเกิดที่เมืองนั่น... ไม่สิ เรียกว่าถูกทิ้งไว้ที่เมืองนั้นจะดีกว่า ไม่เคยเห็นหน้าพ่อแม่"
"ชั้นทำอะไรไม่ได้ จะหาเงินที่ไหนมาเลี้ยงตัวเอง..."
"ชั้นมีเลือดสกปรกไหวเวียนอยู่...."
"ใช้ร่างกายตัวเองหาเงิน"
"เกิดมาเห็นการทรยศหักหลังหลอกลวงใครต่อใครเป็นคุณค่าในการมีชีวิต"
"คืนนั้นชั้นรู้สึกถึงเลือดนั่น...ถึงได้ทำอย่างนั้นกับเธอ"
"ยูสะซังรู้จักกับรุ่นพี่มาก่อน..."
"จะเรียกว่าเป็นคนรู้จักก็ไม่ใช่"
"เหมือนกับว่าหมอนั่นเป็นศัตรู...ที่อยู่ในโลกตรงข้ามกับชั้นมากกว่า"
"ตอนแรกชั้นก็แค่คิดว่าบังเอิญที่ได้เจอเธอ ต่อมาก็แค่จะลองเล่นๆดู"
"เพราะงั้นตอนที่เธอมาปรึกษา"
"ชั้นรู้ว่าเธอรู้สึกยังไง ... ก็เลยอยากให้เธอรู้ความจริงซะ"
"ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังจะเชื่อชั้นอีก บ้าชะมัด..."
"ฟังแล้วเป็นยังไงล่ะ ... เธอยังคิดจะให้อภัยคนอย่างชั้นรึเปล่า..."
ถึงยังไง ความรู้สึกเราก็ไม่โกหก เรื่องที่เราชอบเค้าก็เป็นเรื่องจริง
ถึงแม้จะทำไม่ดี... ถึงจะรู้อยู่แก่ใจว่าเค้าไม่ได้รักชอบเราเลย
"ชั้นชอบคุณ... ไม่ว่ายังไงชั้นก็ชอบคุณ"
แต่ยูสะก็ยังคงเสียงแข็งเหมือนเดิม บอกว่าไม่ว่ายังไงก็ตอบรับเราไม่ได้
ทำได้แค่เล่นๆเหมือนเดิมเท่านั้น
เราเลยแกล้งถามไปว่ายูสะจะหนีเหรอ เค้าเลยลากเราไปที่ห้องนอน...
เรามองหน้าเค้าแล้วน้ำตาก็ไหล.... ยูสะเริ่มจูบเรา
"...ไม่..."
ยูสะเช็ดน้ำตาเรา "ยังไงก็ไม่สินะ..."
"ยูสะซัง..."
"หืม...?"
อยากให้พูดว่าชอบแต่มันก็คงไม่มีความหมาย เราต้องการให้เค้ารักเหรอ ?...
ไม่ ไม่เลย ... ที่เราต้องการ ...
เรากอดยูสะแน่นขึ้น ได้กลิ่นของกลางคืน...
"ชั้นชอบคุณค่ะ..."
"ชั้นชอบยูสะซัง...."
ยูสะนิ่งเงียบไปพักนึง...
"แค่คำพูดของชั้นมันง่ายเกินไปใช่มั้ย..."
แล้วยูสะก็เปลี่ยนมากอดเรา....
"เธอนี่แย่ชะมัด....ทำไมถึงพูดกับชั้นจริงจังแบบนี้...."
"ยูสะ...ซัง?"
ยูสะกอดเราเหมือนกับว่าเสแสร้งต่อไปไม่ไหว
แล้วพูดข้างหู...
"....ชอบเธอ...."
"ชั้นรักเธอ......"
ที่เราแสดงออกไม่ว่าเรื่องอะไรก็ออกทางสีหน้าทั้งหมด เค้ารู้ดี
เพราะงั้นครั้งนี้ที่เราบอกว่าชอบ แค่มองตาก็รู้แล้ว...
"ตอนที่ชั้นกอดเธอ ก็รู้ว่าแม้แต่คนอย่างชั้นก็อ่อนโยนขึ้นมาได้..."
"บอกเธอได้มั้ย ... ความรู้สึกของชั้นน่ะ"
....
"ชั้นชอบเธอ..."
"จะไม่ปล่อยเธอไป...เด็ดขาด"
-------------------------------------------------------
ตอนเช้าเราก็ตื่นมาเห็นหน้ายูสะตอนหลับ
น่ารักจริงๆเล้ย โฮกกกกกกกกกกกกก
ตอนที่เรากำลังคิดว่าเหมือนฝัน... ก็กลับไปคิดว่าเมื่อวานเป็นแค่เรื่องโกหกรึเปล่า
เราไม่กล้ามองหน้ายูสะโดยตรง
"ชั้นชอบยูสะซัง ..."
ยูสะกอดเรา แต่เรากลับหันหลบ
"...ทำไมไม่มองหน้าชั้น...."
"....มัน...."
ยูสะลูบผมเราเงียบๆเราก็เริ่มจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่...
"มันดู...ไม่อยากเชื่อใช่มั้ย..."
"..."
"ถ้ามันไม่พอ จะให้พูดอีกกี่ครั้งก็ได้...!"
แล้วยูสะก็พลิกตัวกลับขึ้นมากอดเรา
"ทำไมถึงไม่เข้าใจ... ทั้งๆที่...ชั้นชอบเธอมาก...ขนาดนี้"
"ชั้นชอบเธอ ... ชอบเธอ ..... ชั้นรักเธอ!!!!!"
เสียงยูสะตะคอกเหมือนโกรธ....ทำให้เรารับรู้ว่าเค้าจริงจังกับเราจริงๆ
"ขอบคุณ... ยูสะซัง"
"ชั้น...."
"ชั้นรู้แล้วค่ะ ... ชั้นก็ชอบคุณ"
"...ชั้นชอบคุณที่สุดเลย..."
"ถ้าทำได้ไม่อยากจะพูดแบบนี้เลย... มันดูเหมือนโกหก"
"แล้วที่ชั้นพูด ... มันเหมือนโกหกรึเปล่าคะ ?"
"ไม่เลย"
"ใช่มั้ยล่ะ ... ถ้าเราพูดอย่างที่คิดจริงๆ ... คนที่ฟังเค้าต้องรับรู้ได้แน่ๆค่ะ"
ยูสะอยู่ๆก็ลงไปนั่งกับพื้น คุกเข่าพูดกับเรา
"ทำไมคนที่บอกว่าไม่เชื่อคู่หมั้นอย่างเธอ กลับบอกว่าเชื่อชั้นตลอดมา..."
"นี่ ... ทำไมเหรอ !"
"ชั้นเคยบอกเธอใช่มั้ย ว่าการเชื่อน่ะ มันเป็นเรื่องบ้าบอ"
"แม้แต่ตัวชั้นเองก็ยังเชื่อไม่ได้..."
"การเชื่อใครซักคนมันก็เหมือนกับการกินยาพิษ"
"ชั้นต้องทรยศ ถ้าถึงเวลาเอาตัวรอดแน่ๆ"
"ไม่... ไม่หรอกค่ะ ยูสะซังก็มีคนรอบตัวตั้งมากมาย.."
"พวกนั้นก็แค่คบเพื่อผลประโยชน์..."
"ไม่ใช่ ... ชั้นเชื่อ...ชั้นเชื่อในตัวยูสะซังแต่แรก เพราะชั้นอยากจะเชื่อ..."
"ตอนที่ชั้นไม่สบายใจเรื่องรุ่นพี่พอได้อยู่กับคุณชั้นก็รู้สึกดีขึ้น..."
"... ชั้นจะไม่เชื่อใครหรอกนะ..."
"พูดน่ะมันง่าย ... ให้ขอร้องก็คงพูดได้ ... แต่กับเธอชั้นพูดไม่ได้"
"เพราะไม่อยากโกหกเธอ"
"คนที่ไม่น่าเชื่อที่สุดสำหรับชั้น... ก็คือตัวเอง.."
"บางทีชั้นก็รู้สึกตัวเองแปลก... บางทีตอนแรกก็ถูกใจ แต่พอผ่านไปก็กลับไม่สนใจ"
"ผู้ชายที่เข้าใจยากคนนี้ ไม่อยากทำให้เธอเจ็บ..."
"ยูสะซัง... เคยเชื่อใจใครแล้วโดนหักหลังใช่มั้ย..."
"...!! ... ทำไม..."
"ชั้นก็เคยรู้สึกนะว่าตัวเองไม่อยากจะเชื่อใครอีกแล้ว"
"ชั้นไม่อยากรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนแพ้น่ะ..."
"ชั้นก็เหมือนกันค่ะ แต่ว่าชั้น... ต่อให้แพ้คุณก็ไม่เป็นไร"
"ไม่ว่าจะยังไงชั้นก็เชื่อคุณ ... ไม่ว่าจะถูกทำยังไง...!!!"
ยูสะพูดไม่ออกแล้วอยู่ๆก็กอดเรา
"นั่นสิ... ถ้าเป็นเธอ ... ต่อให้เธอทรยศชั้น ...ก็ช่าง"
"...ชั้น...จะเชื่อเธอ"
"เชื่อ.....ได้ใช่มั้ย ...."
เราไม่พูดแต่กอดยูสะตอบ
"ชั้นชอบเธอ..."
-------------------------------------------------------
สายๆก็เริ่มหิวเพราะไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อคืน
"ออกไปกินอะไรกันมั้ย?"
"เอ๊ะ ไปข้างนอกเหรอคะ ..."
อืม...ว่าไปที่นี่ก็มีแต่เหล้าล่ะนะ
"นี่กินข้างนอกทั้งสามมื้อเลยเหรอคะ"
"อื้อ ... "
"มะ ... ไม่ได้นะคะแบบนั้น"
"งั้น... เธอจะทำให้ชั้นมั้ยล่ะ?"
".... ถึงจะห่วย... แต่ก็ ... จะทำละกันค่ะ"
"จริงเหรอ !?"
ยูสะท่าทางดีใจมากแล้วก็รีบชวนเราออกไปซื้อของมาทำเลย
ถึงแม้เราจะบอกว่าเราทำอาหารห่วย
"แค่ไม่ใส่ยาพิษก็พอแล้ว"
หลังจากออกไปซื้อของเราก็วุ่นๆดูอยู่ที่ครัว
ยูสะก็เข้ามากอดเราแล้วก็ถามว่าทำได้มั้ย
แต่ไอ้ทำอาหารน่ะไม่เท่าไหร่หรอกตอนงานพิเศษก็ทำอยู่
แต่เพราะมียูสะอยู่ด้วยก็เลยเกิดอาการตื่นเต้นขึ้นมา
จน...
=[]=!!!!
กรี๊ดดด มีดบาดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ยูสะก็เลยบอกให้เรารีบล้างแผลแล้วก็ไปเอายากับพลาสเตอร์มาให้
"ขอบคุณค่ะ.."
พอเงยหน้าขึ้นมายูสะก็ยิ้มแล้วก็จูบเราเบาๆทีนึง
"น่ะ..."
"ก็น่ารักนี่~~"
ยูสะดูดีใจและยิ้มตลอดเวลาเหมือนเด็กๆ...
"มีความสุขจัง~~~"
"เหมือนคู่แต่งงานใหม่เลยเนาะ"
"ถ้าแต่งงานกับเธอแล้วจะมีความสุขแบบนี้ทุกวันรึเปล่าน้า..."
กำลังเคลิ้ม
".....ยูสะซัง..."
"...!!"
"ไหม้แล้ววววววววววววววววววว!!!"
ปิดแกสกันแทบไม่ทัน
-------------------------------------------------
"ชั้นอิจฉาเธอมาตลอดเลยนะ ที่เชื่อใครต่อใครได้"
"เพราะชั้นเห็นอะไรมามากเกินไปล่ะมั้ง"
เราบอกว่ารูปที่ยูสะวาดไว้เหมือนกับแสดงถึงตัวยูสะเอง
เป็นแสงสว่างที่ส่องอยู่กลางความมืดมิด...ตอนกลางคืน...
"เธอ... พูดเหมือนกับคุณลุงเลย..."
คุณลุงที่สอนวาดรูปให้ยูสะสมัยก่อน
ทิ้งยูสะไปด้วยการฆ่าตัวตาย... ทั้งๆที่ยูสะ เหมือนมีเค้าเป็นครอบครัวคนเดียว...
"เค้าชอบเมืองนั้นมากเลยนะ ... เพราะงั้นเค้าถึงบอกว่าจะไม่ไปไหน"
"ไม่ไหวเลย.... เป็นแบบนี้ทุกทีเลย"
แล้วยูสะก็เริ่มหลับตา ร้องไห้
"ทุกคนที่ชั้นรัก ... ทิ้งชั้นไปหมดทุกคน"
"ถ้าไม่พูดว่าเชื่อเธอก็ดี ..."
"ไม่ไหว... ไม่...ไหว...."
ยูสะร้องไห้ไม่หยุด
เราพูดไม่ออก ได้แต่กอดเค้าเงียบๆ ...
"ชั้น... จะอยู่ข้างๆคุณนะคะ ... จะไม่ไปไหนทั้งนั้น..."
หลังจากนั้นเราก็ส่งยูสะไปทำงาน แล้วก็กลับบ้าน
แน่นอนว่าที่บ้านก็โกรธว่าออกไปค้างข้างนอกไม่กลับ
แต่ว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาก็ทำให้เราเรียนรู้แล้วก็ตั้งใจที่จะเดินต่อไป
เราจะพยายาม... เพื่อตัวเอง ... และเพื่อเค้าคนนั้น...
--------------------------------------------------------------
หลังจากที่เราถอนหมั้นจากรุ่นพี่ ก็มีปัญหากับที่บ้านเป็นครั้งคราว
วันนี้ก็เลยขอไปที่บ้านยูสะแทน
"ได้สิ... "
"จริงเหรอ !?"
"อ๊ะ ว่าแต่ ... แต่งงานเมื่อไหร่ดี..."
"...ตะ ... แต่งงาน ????"
=[]=!!!!
"อย่าทำหน้าตกใจมากขนาดนั้นสิ"
"ก็.. ไม่เคยพูดแบบนี้เลยนี่"
"อืม.. ก็ตอนนี้เธอก็มีบ้านอยู่ใช่ม้า ... ก็คิดว่าถ้าได้อยู่ที่เดียวกันก็ดี"
"อ่า.... เหรอคะ..."
"อะไรกันไม่อยากอยู่กับชั้นขนาดนั้นเลยเหรอ"
"ไม่ใช่นะคะ ..."
"หรือว่า... เธอคงไม่ได้มีคนอื่นใช่มั้ยยยย"
"... อะล้อเล่น~~"
"เปล่าหรอก ชั้นก็แค่คิดไม่สบายใจเรื่องเธออยู่เรื่อย เลยคิดว่าจะทำยังไงดีน้า...."
"ชั้นน่ะยังไงก็ได้งานก็มีแมนชั่นก็มี แถมยังรักเธอมากกว่าความลึกทะเลอีก"
"แล้วก็จะได้เก็บเธอไว้ในบ้านด้วย"
"...เกินไปรึเปล่าคะ =[]= ขืนแต่งงานกับยูสะซังไม่ได้ไปไหนแน่ๆเลย"
"อยู่ห่างกันชั้นก็ลำบากซี่~~ แล้วเธอก็น่ารัก ต้องระวังพวกแมลงที่เข้ามาอีก"
"ชั้นไม่ไปชอบคนอื่นหรอกค่ะ"
"... อืม ถึงงั้นก็ไม่ให้หนีอยู่ดี"
"เอ๊ะ ?"
"เธอจะต้องอยู่ข้างๆชั้นตลอดเวลาสิ"
......
ทุกวันนี้เราก็ยังไปที่ kafka ที่ๆเราชอบที่สุด..
นั่งมองรูปภาพที่แขวนไว้บนกำแพง
ภาพพระอาทิตย์ที่ส่องสว่างกลางความมืดมิด....
~~End~~
โอ้วเลขสวยย